วันนี้ขอมาเขียนถึง ตัว Harddisk สำหรับเครื่อง NAS กันบ้างนะครับ พอดีเครื่อง NAS (เครื่องเก็บสำรองข้อมูลผ่าน Network ซึ่งภายในสามารถบรรจุ Harddisk ได้หลายๆลูก) ที่ผมใช้งานมาได้ราวๆ 2 ปี เริ่มที่จะเต็ม เลยต้องมีการ upgrade Harddisk ข้างในกันใหม่ จึงได้เริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับตัว Harddisk สำหรับเครื่อง NAS ที่ใช้งานได้ดี และที่สำคัญ มีบริการ “กู้ข้อมูล” ในกรณีที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน กับตัว Harddisk เพราะผมเคยเจอประสบการณ์ สูญเสียภาพอันมีค่าไปแล้ว กับน้ำท่วมใหญ่กทม.ปี 2554 ภาพอันมีค่ามหาศาล ได้สลายตัวไปกับสายน้ำด้วยเช่นกัน เลยไม่อยากให้ภาพอันมีค่า ที่เหลืออยู่ในชีวิต ต้องมลายหายไปอีกครั้ง เพราะถ้า Harddisk ที่เราใช้ มีบริการ กู้ข้อมูล แถมมาให้ด้วย หากมีอะไรเกิดขึ้นกับตัว Harddisk เรายังมั่นใจได้ว่าข้อมูลใน Harddisk ยังสามารถกลับมาหาเราได้ ซึ่งเรื่อง Harddisk พัง แล้วข้อมูลหาย นี่เป็นเรื่องสยองขวัญมากๆ สำหรับบรรดาตากล้อง ที่ก็ล้วนแต่ต้องเก็บภาพถ่าย อันมีค่าของเราไว้ใน Harddisk กันทั้งนั้น เผลอๆ หลายๆคน เคยเจอปัญหา ภาพใน Harddisk หายไปจนหมดเกลี้ยงมาแล้ว คงรู้ซึ้งดี ถึงคำว่า “สายเกินไป” แต่สำหรับท่านที่ยังไม่สายเกินไป ผมแนะนำเลยครับว่า “การสำรองข้อมูล” หรือที่เรียกกันว่า backup นั้น มีความสำคัญมากๆๆๆๆๆๆๆ ต่อการเก็บภาพถ่ายของพวกเราชาวตากล้องนะครับ

การ backup ที่ง่ายที่สุด ที่ท่านๆมักจะทำกัน ก็คือ การเอา External Harddisk มาสักตัวนึง แล้วก็ ถ่ายโอนข้อมูล จากเครื่องคอมพิวเตอร์ ออกไปเก็บไว้ใน External Harddisk ตัวนั้นๆ อันนี้ก็เป็นเรื่องเบื้องต้น ที่ท่านควรจะทำกันอยู่แล้ว (หากใครไม่ทำแบบนี้ รีบไปทำเลยนะครับ อย่าเก็บภาพไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ เพียงตัวเดียวเด็ดขาด เพราะถ้ามันพัง หรือมีปัญหาขึ้นมา ท่านจะน้ำตานองหน้าแน่นอนครับ)

แต่การทำการ backup ในลักษณะดังกล่าวเพียงอย่างเดียว ก็อาจจะไม่เพียงพอ สำหรับงานที่มีความสำคัญมากๆ เช่น งานที่ตากล้องไปถ่ายภาพ ให้กับลูกค้า และยังไม่ได้ส่งมอบให้ลูกค้า (และยังไม่ได้รับเงินจากลูกค้า) ลองนึกดูนะครับว่า ถ้าหากภาพถ่ายทั้งหมดของคุณ ที่ไปถ่ายให้ลูกค้ามาแล้ว เก็บไว้ในเครื่องคอมแล้ว เก็บไว้ใน External Harddisk แล้วก็จริงๆ .. แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็อาจจะเกิดขึ้นได้ เช่น เครื่องคอมโดยไวรัส และ External Harddisk ตกหล่นจากกระเป๋า กระแทกพื้นพังไป ภาพของลูกค้าก็มีอันเป็นไป ก่อนเวลาอันควรอย่างนี้ คุณจะเอาอะไรไปส่งให้ลูกค้า (และที่สำคัญ คุณจะเก็บเงินลูกค้าได้อย่างไร)

ทางออกที่ดีกว่า สำหรับการทำงานเกี่ยวกับภาพถ่ายที่สำคัญๆ โดยเฉพาะ ถ้าหากคุณทำงานกับภาพที่มีความสำคัญมากๆ ไม่สามารถยอมรับความสูญเสียของภาพนั้นๆได้ คุณควรที่จะเลือกหนทางในการเก็บรักษา (และทำงานกับภาพนั้นๆ) ผ่านระบบที่มีความปลอดภัยมากขึ้น มีการสำรองข้อมูลอยู่ตลอดเวลา แม้แต่ในขณะที่คุณกำลังทำงานอยู่ รวมทั้งสามารถส่งไฟล์ไปมาระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ได้อย่างปลอดภัย ไม่ต้องหยิบ External Harddisk จากเครื่องนี้ ไปเสียบกับเครื่องนั้น เสียบกันไปสลับไป สลับมา เดี๋ยวก็พลาดก็พังแน่นอน แต่ถ้าคุณเอาภาพเหล่านี้ ไปเก็บไว้ในเครื่อง NAS หรือ เครื่องเก็บข้อมูลที่ ด้านในมีการใส่ Harddisk ได้หลายๆลูก เพื่อทำการ backup ข้อมูล ใส่ไว้ใน Harddisk หลายลูกพร้อมๆกัน ตลอดเวลา ทุกครั้งที่มีการบันทึกข้อมูล ก็จะทำสำเนาเก็บไว้ใน Harddisk 2 ลูกพร้อมๆกัน แบบนี้ หาก Harddisk ตัวใดตัวหนึ่งมีปัญหา คุณยังมีข้อมูลเก็บไว้ใน Harddisk อีกตัวไว้ใช้งานได้ และการต่อเชื่อมเพื่อเข้าไปดูข้อมูล หรือบันทึกข้อมูล ก็สามารถทำได้ผ่านระบบ Network คุณจึงสามารถวางเจ้าอุปกรณ์นี้ไว้ในที่ที่ปลอดภัย และก็ไม่ต้องไปเคลื่อนย้ายมัน แต่จะดึงข้อมูลผ่าน Network แทน ซึ่งจะทำให้ Harddisk ไม่มีการขยับไปไหน ก็จะสามารถทำงานได้เต็มที่มากขึ้น มีความเสี่ยงการการตกหล่น ตกกระแทกน้อยลง หรือแทบจะไม่มีเลย เพราะมันวางนิ่งๆอยู่กับที่ เราไม่ต้องหยิบมันเดินไปมา เหมือนกับ External Harddisk

อย่างไรก็ตาม การใช้งาน NAS ซึ่งนับว่าปลอดภัยมากๆแล้ว แต่ก็มีความเป็นไปได้ ที่อาจจะมีปัญหาเกิดขึ้นกับตัวเครื่อง NAS เอง ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความเสียหายกับ Harddisk ที่อยู่ด้านทั้งหมดพร้อมๆ กันก็เป็นได้ อาทิเช่น ตัวเครื่อง NAS เองหล่นลงมาจากชั้นวาง เพราะมีคนไปเดินชน หรือ แม้แต่โต๊ะที่วางเครื่อง NAS อยู่พังลงมา หรือ อาจจะเหตุสุดวิสัยอื่นๆ ที่ก็อาจจะเกิดขึ้นกับตัวเครื่อง NAS ได้ (ซึ่งก็อาจจะทำให้ Harddisk ที่อยู่ด้านในเสียหายไปพร้อมๆกันได้มากกว่า 1 ตัว ก็เป็นได้) ซึ่งถ้ามาถึงจุดนี้ ทางเลือกสุดท้ายที่สำคัญมากๆ เช่นกัน ก็คือ การใช้บริการ “กู้ข้อมูล” จาก Harddisk ที่เสียหาย แต่การกู้ข้อมูลนี้ มีการใช้เทคนิคขั้นสูง จึงทำให้บริการกู้ข้อมูลเหล่านี้ มีราคาที่ค่อนข้างสูง ใครที่เคยใช้บริการมาแล้ว จะทราบดีว่ามันแพงขนาดไหน และระดับของหน่วยงานที่ทำการกู้ข้อมูลนั้น ก็ใช่ว่าจะมีระดับเดียวกันทั้งหมด ถ้าระดับที่ไม่ชำนาญก็อาจจะมีระดับความสำเร็จ ของการกู้ข้อมูลเพียงไม่กี่ % เท่านั้น คือ กู้ไม่สำเร็จเสียส่วนใหญ่ กู้สำเร็จเพียงส่วนน้อยอะไรแบบนี้ ก็มีอยู่เยอะเช่นเดียวกัน ไม่ใช่ว่าใครๆ ก็กู้ข้อมูลกันได้ง่ายๆ เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่า มันต้องใช้เทคนิคขั้นสูงในการกู้ข้อมูล แต่ถ้าหน่วยงานที่มีอัตราความสำเร็จสูงๆ มี % การกู้ได้สูงๆ ค่าบริการก็มักจะแพงตามเป็นเงาด้วยเช่นกัน

โดยสรุป ผมได้จัดการเปลี่ยนตัว NAS Harddisk จากตัวเก่า 3TB กลายร่างมาเป็น IRONWOLF Pro หมาป่าเหล็ก ขนาด 6TB ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (อย่าลืมว่าต้อง x 2 ด้วยนะครับ ผมตั้งเป็น RAID 1 คือ mirror ข้อมูลใส่ทั้งสองตัวเหมือนๆกัน จริงๆใช้งาน NAS เพื่อเก็บภาพ ก็ต้องตั้งเป็น RAID 1 นี่แหละ) ก็รู้สึกมั่นใจขึ้นมาเยอะครับ สาเหตุหลักที่เลือก บอกตรงๆเลยว่า เลือกเพราะเขามี บริการกู้ข้อมูลให้ฟรี 2 ปี นี่แหละ เป็นตัวสำคัญเลย เพราะอย่างที่บอกไปแล้วว่า ผมไม่อยากเจอความสลดใจ กับการสูญเสียภาพอันมีค่าไปอีกแล้ว จึงยอมใช้งาน เครื่อง NAS และสิ่งสำคัญกว่านั้น คือ ต้องเลือก NAS Harddisk ให้เหมาะสมด้วย ย้ำอีกรอบนะครับ ถ้าท่านแค่ต้องการ NAS Harddisk มาใช้งาน ไม่เกี่ยงว่าต้องพ่วงการกู้ข้อมูลด้วย ก็ให้ซื้อรุ่น IRONWOLF ธรรมดา แต่ถ้าต้องการพ่วงเรื่องการรับประกัน กู้ข้อมูลติดมาด้วย 2 ปี ท่านต้องซื้อรุ่น IRONWOLF PRO เท่านั้นนะครับ ถึงจะมีประกันกู้ข้อมูล ซื้อผิดรุ่นแล้วไม่ได้ประกัน อย่ามาว่ากันน๊ะ