ข่าวทั่วไป

“ซินแสโชกุน” ส่อโดนเพิ่ม 2 ข้อหา – ถูกสอบย้อนหลัง 10 ปี

“ซินแสโชกุน” ส่อโดนเพิ่ม 2 ข้อหา ถูกสอบย้อนหลัง 10 ปี ไม่พบบุคคลมีชื่อเสียง มีส่วนร่วมกับขบวนการ ส่วนใหญ่ถูกหลอกใช้สร้างความน่าเชื่อถือ

พลตำรวจโท ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เปิดเผยถึงการดำเนินคดี นางสาวพสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ ซินแสโชกุน ว่า สัปดาห์นี้จะมีการออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้ อยู่ระหว่างรอผลการตรวจสอบเส้นทางการเงินจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เกี่ยวกับจำนวนทรัพย์สินที่ผู้ต้องหาได้ไปจากการกระทำผิด ว่ากระจายไปอยู่ที่ใดบ้าง โดยต้องตรวจสอบคดีอื่นๆ ย้อนหลังไปประมาณ 5 – 10 ปีที่ผ่านมา ว่ามีผู้เสียหายเข้าแจ้งความไว้ที่ใดบ้าง, คดีใดยังไม่ไกล่เกลี่ย หรือคืนเงินผู้เสียหาย

โดยนอกเหนือจากความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ซ่องโจร ร่วมกันกู้ยืมเงินเพื่อการฉ้อโกงประชาชน และพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์แล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเตรียมแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มอีกอย่างน้อย 2 ข้อหา ได้แก่ ความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค และความผิดฐานฟอกเงิน แต่ยังไม่พบบุคคลที่มีชื่อเสียง มีส่วนร่วมกับขบวนการนี้ โดยส่วนใหญ่ถูกหลอกใช้เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือเท่านั้น

ด้าน พลตำรวจตรี สุทิน ทรัพย์พ่วง ผู้บังคับการตำรวจกองปราบปราม เปิดเผยตัวเลขผู้เสียหายที่เข้าแจ้งความไว้ที่กองบังคับการปราบปราม โดยล่าสุด อยู่ที่ 430 คน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 16 ล้านบาท และขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานเพื่อส่งให้อัยการพิจารณาสำนวนคดี

ระวัง!! อย่าแช่โซดาในถังน้ำแข็ง หากทิ้งไว้กลางแดดนาน เหตุอันตรายระเบิดได้

สาวใหญ่เอาขวดโซดาไปแช่ในกระติกน้ำแข็งเกิดระเบิดจนปากฉีก เย็บบาดแผลทั้งหมด 23 เข็ม

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ จ.สมุทรปราการ ได้เกิดเหตุสุดระทึกขึ้น เมื่อมีหญิงคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บจากเหตุขวดโซดาระเบิดแตกใส่หน้า หลังจากที่เขานำโซดาที่ทิ้งไว้กลางแดดไปลงแช่ในถังน้ำแข็งทันที ทราบชื่อผู้บาดเจ็บต่อมาคือ น.ส.สมรักษ์ ขุนทด ได้รับบาดเจ็บที่ปากถูกเย็บถึง 23 เข็ม

ทั้งนี้จากการสอบถามนายนาวี ขุนทด สามีขแงผู้บาดเจ็บ ได้ความว่า ก่อนเกิดเหตุตนและเพื่อนๆ ได้ตั้งวงดื่มสุราอยู่หน้าบ้านเพื่อฉลองและเล่นน้ำในสงกรานต์วันไหลพระประแดง จากนั้นตนได้วานให้ภรรยานำโซดาที่ซื้อมาไว้แช่ในกระติกน้ำแข็งเพื่อให้น้ำโซดามีความเย็น

แต่ขณะที่นำขวดโซดาลงแช่ลงในกระติกน้ำแข็งอยู่นั้นสิ่งที่ไม่คาดคิดว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นขวดโซดาที่แช่ได้ระเบิดอย่างรุนแรงจนขวดแตกเศษแก้วได้กระเด็นไปบาดที่ริมฝีปาก ใต้คาง ของภรรยาจนฉีกขาดและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

ดวงอาทิตย์ตั้งฉากในพื้นที่ กทม. ย้ำอาจไม่ใช่วันร้อนที่สุด !!

27 เม.ย. นี้ ดวงอาทิตย์ตั้งฉากในพื้นที่ กทม. เวลาประมาณ 12.16 น. แต่อาจไม่ใช่วันที่ร้อนที่สุด ขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นรอบข้าง

ดร.ศรัณย์ โปษยะจินดา รองผู้อำนวยการสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ดวงอาทิตย์จะโคจรมาอยู่ในตำแหน่งตั้งฉากกับประเทศไทย เริ่มจากใต้สุดของประเทศไทย ณ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ในวันที่ 5 เมษายน 2560 เวลาประมาณ 12:19 น.

หลังจากนั้นดวงอาทิตย์จะโคจรมาอยู่ในแนวตั้งฉากกับพื้นที่เหนือขึ้นมาเรื่อยๆ จนกระทั่งวันที่ 27 เมษายน 2559 เวลาประมาณ 12.16 น. ดวงอาทิตย์จะโคจรมาอยู่ในแนวตั้งฉากกรุงเทพมหานคร และวันที่ 19 พฤษภาคม 2560 เวลาประมาณ 12:17 น. ดวงอาทิตย์จะตั้งฉากกับเหนือสุดของประเทศไทย ณ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย

การที่ดวงอาทิตย์ตั้งฉากกับพื้นโลกทำให้ได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์อย่างเต็มที่ แต่อุณหภูมิจะสูงที่สุดหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง เช่น ปริมาณฝน เมฆ อิทธิพลจากมรสุม ความร้อนสะสมในบรรยากาศ ฯลฯ ก็อาจส่งผลต่ออุณหภูมิได้ เนื่องจากประเทศไทยตั้งอยู่ในเขตร้อน ระหว่างแนวละติจูด 5-20 องศาเหนือ ประเทศที่อยู่ในบริเวณนี้จะมีวันที่ดวงอาทิตย์ผ่านใกล้จุดเหนือศีรษะมากที่สุดปีละ 2 วัน โดยจะมีคาบการโคจรพาดผ่านแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัดของประเทศไทย จึงเห็นดวงอาทิตย์ผ่านเหนือศีรษะไม่พร้อมกันและในครั้งต่อไปดวงอาทิตย์จะเคลื่อนที่มาอยู่ในแนวตั้งฉากกับกรุงเทพฯ อีกครั้งช่วงฤดูฝนในวันที่ 16 สิงหาคม 2560 เวลาประมาณ 12.24 น.

รวบเด็กแสบวัยแค่ 12 ขวบ ร่วมกับเพื่อนรุ่นพี่ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ !!

ตำรวจเมืองปทุมธานี ตามจับเด็กชายวัย 12 ขวบ ก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์กับเพื่อนรุ่นพี่ เบื้องต้นยังปฏิเสธ อ้างไม่ได้ทำ

เมื่อเวลา 13.30 น. วันนี้ (24 เม.ย. 60) ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า พ.ต.ท.ยศวัฒน์ นิติรัฐพัฒนคุณ สารวัตรสอบสวน สภ.คลองหลวง รับแจ้งมีเหตุวิ่งราวทรัพย์ ที่เกิดเหตุบนสะพานลอยหน้าบริษัทบุญถาวร ถนนพหลโยธิน ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี สามารถจับกุมคนร้ายไว้ได้ 1 คนหนีไปได้ 1 คน หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วยพ.ต.ท.จิรวัฒน์ เปี่ยมปิ่นเศรษฐ สว.สส.สภ.คลองหลวง กำลังชุดสืบสวนเจ้าหน้าที่สายตรวจ

ในที่เกิดเหตุพบพลเมืองดีอยู่ระหว่างช่วยกันควบคุมตัวด.ช.อายุ 12 ปี คนหนึ่งมีรูปร่างใหญ่โตเกินวัย พร้อมด้วยของกลางกระเป๋าผ้าสะพายไหล่ โทรศัพท์มือถือยี่ห้อหัวเหว่ยของผู้เสียหาย 1 เครื่อง ในที่เกิดเหตุยังพบรองเท้าของผู้ต้องหาอีกคนที่หลบหนีตกอยู่

โดยข้างกันพบ น.ส.วาสินี ดีพานทอง อายุ 18 ปี อยู่บ้านเลขที่ 9/5 หมู่ที่14 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี ผู้เสียหายยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ พร้อมให้การว่า ขณะที่ตนเองกำลังเดินข้ามสะพานลอยเพื่อไปสมัครงานที่บริษัทบุญถาวร ก็มีคนร้ายเป็นชาย 2 คน

โดยคนที่จับได้เป็นคนเดินนำหน้าแต่ไม่ได้ก่อเหตุ ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นชายอายุประมาณ 20 ปีเดินตามหลัง ขณะที่เดินสวนทางกันคนร้ายคนที่ 2 ได้กระชากกระเป๋าของตนเอง จนเกิดการยื้อแย่งกันอยู่ครู่ใหญ่แต่คนร้ายได้ทำท่าคล้ายชักอาวุธที่เอวตนเองจึงปล่อยถุงผ้า ซึ่งภายในมีโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง เงินสด 1,700 บาทไป แล้ววิ่งหนีไป

ในเวลาต่อมามีพลเมืองดีที่เห็นเหตุการณ์ชื่อนายสมชาติ แซ่โล้ อายุ 30 ปี พลเมืองดีซึ่งทำงานอยู่บริษัทใกล้เคียงที่เกิดเหตุพร้อมเพื่อนร่วมงานวิ่งไล่ติดตามจนจับกุมไว้ได้ ส่วนคนร้ายอีกคนวิ่งหนีไปทางคลองส่งน้ำที่ 1 ก่อนหายตัวไป

เบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ต้องหาซึ่งเป็นเด็กชายวัยเพียง 12 ปี ได้ให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าทราบว่าเพื่อนรุ่นพี่อีกคนชื่อนายวิทย์ อายุประมาณ 20 ปี จะมากระทำความผิดโดยการกระชากกระเป๋า โดยบอกว่าชวนตนออกจากบ้านเพื่อไปกินก๋วยเตี๋ยวใกล้บริษัทบุญถาวร ซึ่งขณะเดินกลับเพื่อนรุ่นพี่ได้กระชากกระเป๋าผู้เสียหาย ซึ่งตนเองยอมรับว่าไม่รู้เรื่องและไม่ได้ก่อเหตุ

ทางด้าน พ.ต.ท.ยศวัฒน์ นิติรัฐพัฒนคุณ สารวัตรสอบสวน สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้เชิญตัวเด็กชายคนดังกล่าวไปทำการสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อติดตามจับกุมเพื่อนรุ่นพี่ที่ก่อเหตุ ซึ่งเบื้องต้นยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหาใดๆ

ตร.รวบแก๊งค้ายา ยี่ห้อใหม่ ไนกี้ ผงะ! พบประวัติสุดโหด

ตำรวจและฝ่ายปกครอง เมืองชุมพร ร่วมกันแถลงข่าว จับแก๊งค้ายาเสพติดไนกี้ ยึดของกลางราคากว่า 250 ล้านบาท เผยประวัติสุดโหดบางคนเคยดวลปืนเจ้าหน้าที่

เมื่อเวลา 10.30 น. วันนี้ (24 เม.ย. 60) ผู้สื่อข่าว MThai รายงานว่า ที่กองบังคับการ ตร.ภ.จว.ชุมพร อ.เมือง จ.ชุมพร พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8, นายณรงค์ พลละเอียด ผจว.ชุมพร, พล.ต.ต.ชลิต ถิ่นธานี รองผบช.ภ.8 พล.ต.ต.ชลิต แก้วยะรัตน์ รอง ผบช.ภ.8, พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ ผบก.ภ.จว.ชุมพร, พล.ต.ฐิติ ติตถะสิริ ผบ.มทบ.44ล นายพีระ กาญจนพงศ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงาน ป.ป.ส.ภาค 8 เปิดแถลงข่าว การจับกุมแก็งค์ค้ายาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่

พล.ต.ท.เทศา ศิริวาโท ผบช.ภ.8 กล่าวว่า “เมื่อวันที่ 21 เมย.60 ตำรวจประจำด่านตรวจบ้านพละ โดย พ.ต.ท.ฉลาด พลนาการ รรท.ผกก. สภ.บ้านมาบอำมฤต ทำหน้าที่หัวหน้าด่านตรวจบ้านพละ พร้อม ร.ท.ประเสริฐ โชติคุตร์ ทหาร ชุด ชป.ร.25 พัน 1 กำลังตั้งด่านตรวจ บนถนนเพชรเกษมขาล่องใต้ หมู่ที่ 3 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร พบรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า รุ่นซีวิค สีเทา ทะเบียน 2กท-7549 กทม. มาจาก จ.ประจวบคีรีขันธ์ และได้เลี้ยวซ้ายเข้าไปถนนสายบ้านพละ- บ้านมาบอำมฤต จึงขอตรวจสอบ

พบว่ามีนายเพทาย รักนิ่ม อายุ 33 ปี บ้านเลขที่ 72/1 หมู่ที่ 1 ต.จะโหนง อ.จะนะ จ.สงขลา และนายณัฐพงษ์ เริญไธสง อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 44 หมู่ที่ 2 ต.บ้านคู อ.นาโพธิ์ จ.บุรีรัมย์ วิ่งลงจากรถหลบหนีไปได้แต่ทำใบอนุญาตขับรถตกไว้ และนายภาณุพงค์ จรัลพงค์ อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 222/7 หมู่ที่ 4 ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี นายเพทาย ได้เร่งเครื่องหลบหนีไปพร้อมกับนายภาณุพงศ์ เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ขับขี่รถยนต์ไล่ติดตามไป

ต่อมาพบรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวจอดทิ้งอยู่ในสวนยางพาราและปาล์มน้ำมัน ในพื้นที่ ม.11 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร โดยปิดล็อคประตูรถไว้ ใกล้กับที่จอดรถตรวจพบวัตถุห่อด้วย กระดาษฟรอยด์พันทับด้วยกระดาษเทปกาวสีน้ำตาลวางกองใต้ต้นปาล์มน้ำมัน จำนวน 4 ห่อขนาดใหญ่ จากการตรวจสอบเบื้องต้นปรากฏว่าพบภายในห่อวัตถุดังกล่าวเป็นมียาบ้าซุกซ่อนห่อไว้จำนวนมาก

จึงได้นำสุนัขสงครามออกสะกดรอย ทำการปิดล้อมพื้นที่และเส้นทางต่างๆ บริเวณดังกล่าวไว้ทั้งหมดเพื่อตรวจสอบและติดตามจับกุมผู้ขับรถยนต์เก๋งคันดังกล่าวและผู้มาด้วยที่หลบหนีไป พร้อมทั้งประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพิสูจน์หลังฐาน จ.ชุมพร เดินทางมาที่ด่านตรวจบ้านพละ และตรวจเก็บลายนิ้วมือแฝงที่รถยนต์เก๋งคันดังกล่าวไว้ ตรวจค้นในรถพบอาวุธปืนพกสั้น แบบออโตเมติก ขนาด .32 กระสุนปืน 7 นัด ตรวจนับยาบ้าที่จับได้จำนวน 248 ห่อ/มัด จำนวน496,000 เม็ด โดยทุกห่อจะมีการตีตรา สัญลักษณ์ NIKE คล้ายกับยี่ห้อรองเท้าชื่อดัง อีกทั้ง ขนาดเม็ดของยาบ้าเล็กลง

ต่อมาติดตามจับกุมตัวนายเพทาย รักนิ่ม อายุ 33 ปี ผู้ขับรถยนต์เก๋ง ที่บรรทุกยาบ้าของกลางและขับรถหลบหนีการตรวจค้นของตำรวจได้ที่ริมถนนเพชรเกษม ม.4 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร และ ติดตามจับกุมตัว นายบริสุทธิ์ แสงทอง อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 825/9 หมู่ที่ 9 ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ขณะขับรถยนต์กระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ตอนครึ่ง ทะเบียน ผม-5499 ชลบุรี มารับ นายณัฐพงษ์ เริญไธสง ผู้ต้องหาที่ลงจากรถวิ่งหลบหนี ขณะตรวจค้น ได้ที่บนถนน ม.11 ต.เขาไชยราช อ.ปะทิว จ.ชุมพร

ออกติดตามจับกุมตัวนายสาธร บัวแก้ว อายุ 49 ปี บ้านเลขที่ 127/3 หมู่ที่ 8 ต.ท่าแค อ.เมืองพัทลุง จ.พัทลุง ขณะขับรถยนต์เก๋งยี่ห้อ นิสสัน สีดำ ทะเบียน กฉ-4576 พัทลุง มีน.ส.ศิริพร จรัลพงค์ อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 222/7 หมู่ที่ 4 ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี นั่งหน้ารถข้างคนขับ และมีนายภาณุพงค์ จรัลพงค์ อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 222/7 หมู่ที่ 4 ต.คลองกิ่ว อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี นั่งในรถ ซึ่งเป็นผู้ร่วมกระทำผิดขณะเดินทางหลบหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สอบถามนายเพทาย และนายภาณุพงค์ ให้การรับสารภาพว่า รับจ้างขนยาบ้ามาจาก จ.ราชบุรี จะนำไปส่งที่ จ.พัทลุง โดยตกลงค่าจ้าง 500,000 บาท และผู้ต้องหาอีก 4 คน ร่วมในขบวนการขนยาเสพติด โดยทำหน้าที่ขับรถนำทาง 2 คัน จึงตั้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ( ยาบ้า)ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย

และได้แจ้งข้อกล่าวหาให้นายเพทายและนายณัฐพงษ์ เพิ่มเติมว่า “ ร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืน ติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวและไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ”

พล.ต.ท.เทศา กล่าวเพิ่มเติม ว่า แก็งค์ดังกล่าวขนยาบ้า มาจากประเทศเมียนมาร์ที่ตั้งโรงงานผลิตตามรอยตะเข็บระหว่างประเทศ เพื่อส่ง ยาเสพติดทั้งหมด ไปยัง ประเทศมาเลเซีย ยาเสพติดทั้งหมด มีมูลค่า 250 ล้านบาท ผู้ต้องหาบางรายมีหมายจับในหลายข้อหา บางรายเคยใช้อาวุธปืนสงครามยิงต่อสู้ตำรวจมาแล้ว นับว่า เป็นแก๊งค้ายาเสพติด และ แก๊งอาชญากรรมรายใหญ่รายหนึ่ง ซึ่งต้องขอชมเชย ตำรวจชุมพรที่มีความสามารถ ไหวพริบ ในการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดเหล่านี้ได้อย่างต่อเนื่อง

ไทยมุงเพียบ! ตำรวจพา ‘เขมรที’ มือฆ่า ‘เจ๊สั้น’ ทำแผน ลูกสาวเหยื่อร่ำไห้สาปแช่ง

ทยมุงเพียบ! ตำรวจพา ‘เขมรที’ มือฆ่า ‘เจ๊สั้น’ แม่ค้าแผงค้าผักในตลาดไท ทำแผน ลูกสาวเหยื่อร่ำไห้สาปแช่ง

วันนี้(24 เม.ย.) ที่ สภ.คลองหลวง ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ถาวร ขาวสอาด ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พ.ต.อ.สามารถ ศรีสิริวิบูลย์ชัย รอง ผบก.ภจว.ปทุมธานี พ.ต.ท.นิมิตร นูโพนทอง รองผกก.สส.สภ.คลองหลวง พ.ต.ท.จิรวัฒน์ เปี่ยมปิ่นเศรษฐ สว.สส.สภ.คลองหลวง กำลังชุดสืบสวนสภ.คลองหลวง ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมตัวนายที สัญชาติกัมพูชา อายุ 30 ปี โดยจับกุมได้ที่ท่ารถบขส.เขตสภ.คลองลึก จ.สระแก้ว ขณะผู้ต้องหาอยู่ระหว่างหลบหนีข้ามกลับประเทศ

พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเวลา 14.30 น.วันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธมีดก่อเหตุฆ่านางพรพรรณ แสนประสิทธิ์ หรือเจ้สั้น อายุ 42 ปี แม่ค้าแผงค้าผักในตลาดไท หลังชุดสืบสวนทำการสืบสวนพบว่า พยานพบผู้ต้องสงสัยเป็นชายกระโดดข้ามกำแพงหลังหมู่บ้านทางทิศใต้และมีท่าทางพิรุธก่อนจะโบกจยย.ที่วิ่งผ่านทางมาให้ไปส่งที่ตลาดไอยรา ก่อนที่จะขึ้นรถแท็กซี่สาธารณะหลบหนีไป ซึ่งน่าจะเป็นลูกจ้างชาวกัมพูชาที่เคยทำงานกับผู้ตาย และเพิ่งถูกไล่ออกไปเมื่อสองวันก่อน เพราะไม่เคารพเจ้านายและทุจริตเรื่องเงิน จากการสืบสวนเจ้าหน้าที่ทราบว่าคนร้ายน่าจะขึ้นรถทัวร์เพื่อหนีข้ามกลับประเทศจึงติดตามไล่ล่าและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามเส้นทางก่อนจะจับกุมไว้ได้ในที่สุด

ด้านนายที สัญชาติกัมพูชา อายุ 30 ปี ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า ที่ลงมือก่อเหตุฆ่านางพรพรรณ แสนประสิทธิ์ หรือเจ้สั้น นั้นมาจากความแค้นส่วนตัวที่ถูกไล่ออกจากงานและถูกด่าอย่างรุนแรง ในวันเกิดเหตุตนเอง ซึ่งมีกุญแจเข้าออกบ้านอยู่แล้วแต่ไม่มีรีโมทรั้ว ซึ่งเป็นระบบอัตโนมัติ จึงปีนเข้าไปในบ้านแล้วเข้าไปในห้องนอนชั้น 2 เพื่อที่จะงัดตู้เซฟที่ผู้ตายเป็นของมีค่าไว้จำนวนมาก แต่เปิดไม่ได้ จึงรื้อค้นได้อาวุธปืน เงินสด และพระเลี้ยมทอง

ขณะเดียวกันผู้ตายได้กลับเข้ามาภายในบ้านพอดี และเมื่อเดินเข้าไปภายในบ้านตนเอง ซึ่งเกิดความแค้นอยู่แล้ว จึงปลี่เข้าไปจะใช้มีดแทงแต่ผู้ตาย พยายามวิ่งออกไปที่หน้าบ้าน เพื่อร้องให้คนช่วยเหลือ ตนเองจึงใช้อาวุธมีดที่เตรียมมาแทงผู้ตายจนล้มลงก่อนจะปีนรั้วออกจากบ้านไป แล้วข้ามกำแพงหมู่บ้าน เพื่ออาศัยรถจยย.ผู้ผ่านทาง ไปโบกแท็กซี่ เพื่อไปส่งที่บขส. ก่อนที่จะขึ้นรถประจำทางกระทั่งถูกจับกุม

ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่เกิดเหตุ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งใน และนอกเครื่องแบบกว่า 100 คน คอยดูแลความปลอดภัยและรักษาความสงบป้องกันการรุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหา โดยมีชาวบ้านที่รู้จักคุ้นเคยกับผู้ตายมาดูการทำแผนกว่า 300 คน พร้อมตะโกนสาปแช่งตลอดเวลา โดยจุดแรกที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนำผู้ต้องหาไปทำแผนคือบริเวณหน้าบ้านของผู้ตายจุดที่ลงมือปีนเข้าบ้าน และบริเวณจุดที่ลงมือก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทงผู้ตาย ท่ามกลางบุคคลในครอบครัวของผู้ตายและน.ส.ชมภัคมนธฑ์ แสนประสิทธิ์หรือฝ้าย อายุ 23 ปี ลูกสาวยืนร่ำไห้อยู่ด้วยความเสียใจและสาปแช่งที่ผู้ต้องหาลงมือฆ่าแม่ของตนเอง ทำให้ตนเองหมดอนาคต

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้จุดธูปให้ผู้ต้องหาขอขมาผู้ตายบริเวณหน้าบ้านจุดที่ลงมือแทงผู้ตายจนเสียชีวิต ก่อนที่จะนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพอีกจุดหนึ่ง คือบริเวณหน้าร้านขายส่งสินค้าเบ็ดเตล็ดหน้าร้านส.รัตนพร 3 ตรงข้ามธนาคารกรุงเทพ สาขาตลาดไอยรา ก่อนนำตัวกลับไปทำการสอบสวนต่อที่ สภ.คลองหลวง

ทางด้าน พล.ต.ต.ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ รอง ผบช.ภ.1 เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่ทำการสอบปากคำผู้ต้องหาเพื่อทราบเหตุที่แท้จริงว่าผู้ต้องหาต้องการสิ่งใด ทั้งนี้เท่าที่สอบปากคำคือผู้ตายประสงค์ต่อทรัพย์และเกิดความแค้นที่ถูกผู้ตายไล่ออกจากงานและดุด่า ซึ่งผู้ต้องหานั้นเป็นบุคคลที่ผู้ตายไว้ใจและมีกุญแจเข้าออกบ้านรู้ที่ไว้ทรัพย์สินเพราะทำงานมากว่า 3 ปี กระทั่งมาถูกไล่ออก อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบปากคำอย่างละเอียดต่อไป

ขอบคุณข้อมูลจาก : MThai

พสกนิกรเข้ากราบสักการะพระบรมศพต่อเนื่อง ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว

บรรยากาศ ปชช. กราบสักการะพระบรมศพ รัชกาลที่ 9 ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว
วันนี้(24 เม.ย.) บรรยากาศประชาชนเดินแถวจากสนามหลวงตรงเข้าประตูมณีนพรัตน์อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย หลังกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบโดยรอบพระบรมมหาราชวัง(กอร.รส.) เปลี่ยนเส้นทางการเข้าถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

โดยเจ้าหน้าที่ได้เปิดรั้วสนามหลวงฝั่งตรงข้ามวัดพระแก้ว หรือที่เป็นบริเวณหัวเกือกม้า ให้เดินตรงเข้าประตูมณีนพรัตน์ได้เลยโดยเจ้าหน้าที่จัดให้เข้าทางด้านประตู มณีนพรัตน์ ในเวลา 08.00 น. จนถึงเวลา 16.00 น. เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มาถวายบังคมพระบรมศพฯ ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว และทางกระทรวงสาธารณสุขแนะนำให้พักผ่อนให้เพียงพอ กางร่มเมื่อเจอแดด และสวมใส่เสื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ดี พร้อมกับจิบน้ำบ่อยๆ เพื่อป้องกันโรคลมแดด (Heat Stroke) ที่อาจเกิดขึ้นในฤดูร้อน

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชน ที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ เมื่อวันที่ 23 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังสำนักพระราชวัง ปิดไม่ให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวัง เพื่อขึ้นกราบสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในเวลา 21.02 น. ว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 31,778 คน รวม 172 วัน มี 6,396,159 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล รวม 172 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 513,565,199.76 บาท

ลือ! กสทช. มีมติ แพร่ภาพ-เสียง ผ่านอินเทอร์เน็ต ต้องขออนุญาต กสท.

ที่ประชุม กสทช. มีมติ ให้บริการแพร่เนื้อหาภาพและเสียงผ่านอินเทอร์เน็ตเป็นบริการในความดูแลของ กสท.

รายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ (24 เม.ย. 60) ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ กสทช. ได้มีมติให้มีการแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้น

มาเพื่อดูแลควบคุมการแพร่ภาพเนื้อหาผ่านอินเทอร์เน็ต โดยไม่ต้องลงทุนสร้างโครงข่ายสัญญาณเอง หรือ OTT (Over-The-Top) เพื่อเป็นการป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลและภาพที่ไม่เหมาะสม

โดยกฎเกณฑ์การกำกับดูแลของอนุกรรมการนี้ยังไม่ปรากฏชัดเจน แต่กระนั้นหากผู้ใดต้องการเผยแพร่ภาพและข้อความผ่านอินเทอร์เน็ต หรือ สตรีมมิ่ง ต้องมาขอใบอนุญาตกระจายเสียง และต้องได้รับอนุญาตจาก กสท.

ผู้ว่าฯ กทม. ร่วมทำดอกไม้จันทน์ ใช้ในพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ตรวจเยี่ยมพร้อมร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

วันนี้ (24 เม.ย. 60) ที่ อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ตรวจเยี่ยมพร้อมร่วมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ เพื่อใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยสำนักพัฒนาสังคม ได้จัดกิจกรรมการอบรมประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ให้กับประชาชน ระหว่างวันที่ 24-28 เม.ย. 60 เวลา 10.00 – 15.00 น.

ทั้งนี้ทางกรุงเทพมหานครได้รับมอบหมายให้ดำเนินการจัดพิธีถวายดอกไม้จันทน์ร่วมกับภาคประชาชนในทุกพื้นที่เขตกรุงเทพฯ โดยมีวัตถุประสงค์จัดเตรียมดอกไม้จันทน์สำหรับประชาชนจำนวน 3,000,000 ดอก จึงให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ถวายความอาลัย และใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบามสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยประดิษฐ์ดอกไม้จันทน์ด้วยตนเอง และจากวัสดุธรรมชาติในท้องถิ่น เช่นเปลือกข้าวโพด ผักตบชวา ใบตองแห้ง ใบยางพารา กระดาษสา ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง

สำหรับรูปแบบดอกไม้จันทน์ เป็นรูปแบบที่สวยงาม และสมพระเกียรติ ตัวดอกไม้จันทน์ควรเป็นสีขาว สีครีม หรือสีเหลืองอ่อน พร้อมติดธูปเทียนเล็กๆ ออกแบบดอกไม้จันทน์รวม 36 รูปแบบ อาทิ บุปผาสยาม สุริยาฟ้าประธาน นางพญานิรมล แก้วนพเก้า มณธารพนพรัตน์ ปทุมวดีศรีบงกช เป็นต้น เพื่อเป็นต้นแบบให้ประชาชนนำไปประดิษฐ์ ซึ่งสามารถดูรูปแบบได้จากเว็บไซต์สำนักพัฒนาสังคม กรุงเทพมหานคร www.bangkok.go.th/social และเว็บไซต์กองประชาสัมพันธ์ www.prbangkok.com หรือเฟซบุ๊ก www.facebook.com/กองประชาสัมพันธ์ กรุงเทพมหานคร

คดีรุมโทรมสาว 18 พิจิตรยังไม่คืบ หลังผู้เสียหายยังไม่สามารถระบุกลุ่มคนร้ายได้

คดีรุมโทรมสาว 18 พิจิตรยังไม่คืบ ผู้เสียหายยังไม่สามารถระบุกลุ่มคนร้ายได้ ตร.เร่งให้ดูรูปทีมบอลในพื้นที่

พล.ต.ต.จรวย ผลประเสริฐ ผบก.ภ.จว.พิจิตร เรียกประชุมตำรวจสถานีตำรวจภูธร เมืองพิจิตร เพื่อติดตามความคืบหน้าที่คดีที่เกิดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2560 ที่มีหญิงสาว อายุ 18 ปี ไปเล่นน้ำสงกรานต์ที่ถนนข้าวตัง แล้วถูกกลุ่มวัยรุ่นฉุดกระชากลากถู ไป

ข่มขืนในรถกระบะสี่ประตู ซึ่งมีข่าวว่าวันนี้เวลาบ่ายสองโมงเย็นจะนำตัวผู้ต้องสงสัยมามอบตัวแต่ปรากฏว่าถึงเวลาดังกล่าวก็ไม่มีใครมามอบตัวแต่อย่างใด เนื่องจากผู้เสียหายยังให้การไม่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี จึงยังไม่มีระบุได้ว่าใครคือผู้ต้องหา ล่าสุดพนักงานสอบสวนทำได้แค่

เพียงสืบค้นประวัติภาพถ่ายสมาชิกที่เป็นทีมนักฟุตบอลในเขต ต.ย่านยาว ต.ไผขวาง ของ อ.เมืองพิจิตร จำนวน 20 ทีม มาให้ผู้เสียหายดูรูป และชี้ตัวในภาพถ่าย