เจมส์ วอร์ด-พราว์ส : “ผมฝันคว้าแชมป์ที่เวมบลีย์มานานแล้ว!”

คืนนี้สำหรับแฟนบอล แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถ้วย อีเอฟแอล คัพ น่าจะเป็นเพียงรายการหนึ่งที่หากเลือกได้ทีมของตนไม่ได้ถวิลหาซักเท่าไหร่ แต่กับสาวก เซาธ์แฮมป์ตัน แล้ว..

นี่จะเป็นอีกหนึ่งในค่ำคืนประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วย “โมเมนต์ที่น่าจดจำ”!

เจมส์ วอร์ด-พราว์ส ก็เหมือนกับเด็กทั่วไปที่โตมาในฐานะมีดีเอ็นเอ “นักบุญ” เต็มเปี่ยม และแน่นอนมันเป็นเสมือนความฝันที่เจ้าตัวจะได้ลงไปเหยียบย่ำในสนามเวมบลี่ย์อันโออ่า พร้อมมีลุ้นสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับทีม

“นักเตะทุกคนล้วนต้องการคว้าแชมป์ที่เวมบลี่ย์ให้สโมสรของตนเอง แต่สำหรับผมมันพิเศษกว่านั้น เพราะผมมาจากทีมเยาวชนของสโมสรและเกมนี้ก็มีความหมายสำหรับผมมาก”

ในอดีตนั้น วอร์ด-พราว์ส เคยคว้าแชมป์ร่วมกับทีม “นักบุญ” มาแล้ว สมัยอยู่กับทีมเยาวชนของทีมและคว้าแชมป์ JP Trophy เมื่อปี 2010

แต่กับหนนี้นั้นมันแตกต่างออกไป กับฟุตบอลอาชีพที่เต็มไปด้วยเสือสิงห์กระทิงแรด วอร์ด-พราว์ส ไม่เคยคว้าแชมป์กับ เซาธ์แฮมป์ตัน เลยแม้แต่นิดเดียวและนี่ก็เป็นโอกาสทองที่เจ้าตัวจะได้ร่วมคว้าประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับทีม

“ผมหวังว่าเราจะชนะเกมนี้เป็นอย่างมาก ทีมของเราเคยคว้าถ้วย จอห์น สโตนส์ เพนท์ โทรฟี่ มาแล้ว และผมก็หวังว่าทีมจะคว้าแชมป์ได้อีกครั้ง”

“ผมเพิ่งเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ได้ไม่นานและมันบ้ามากๆที่ผมจะเป็นส่วนหนึ่งของทีมในการไปเล่นที่เวมบลี่ย์ ในตอนนี้ ถ้วยแชมป์ไม่ว่าจะรายการไหนมีความหมายสำหรับผมมาก และมันเป็นคงเป็นเกียรติอย่างยิ่งหากเราจะได้ซิวแชมป์กันซักครั้ง”

อย่างไรก็ดี แม้จะฝันหวานถึงแชมป์มากเพียงใด แต่แข้งวัย 22 ปีก็ไม่ลืมความจริงที่ว่าคู่แข่งในเกมชิงดำของเจ้าตัวนั้นคือ ‘แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด’ ทีมซึ่งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลอังกฤษ

ย้อนกลับไปรอบก่อนหน้านี้ โชเซ่ มูรินโญ่ นั้นเลือกใช้ชุดใหญ่เต็มอัตราศึกกับถ้วยนี้ และ วอร์ด-พราว์ส ก็รับสภาพตามตรงว่านี่จะเป็นเกมที่ยากของตนเองอย่างแน่นอน

“ผมรู้ดีว่านี่จะเป็นเกมที่ยากเอามากๆ ตอนนี้เรายังไม่ได้ถึงฝั่งฝันแต่อย่างใด เราจะต้องทำให้แน่ใจว่าเราจะออกไปและทุ่มเทแรงกายทั้งหมดและสามารถคว้าถ้วยกลับมานอนกอดได้”

กระนั้น ใช่ว่าโอกาสของ “นักบุญ” จะหมดลงซะทีเดียวในการดวลกับ “ปีศาจแดง” เพราะในอดีตครั้งหนึ่งเมื่อ 41 ปีที่แล้ว เซาธ์แฮมป์ตัน เคยสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการสวมบท “แจ็คผู้ฆ่ายักษ์” ต่อ แมนฯ ยูไนเต็ด มาแล้วในการเล่นนัดชิงรายการนี้

ในครานั้นเมื่อปี 1976 บ็อบบี้ สโต๊คส์ กลายเป็นฮีโร่ซัดประตูชัยให้ทีมซึ่งอยู่ใน ดิวิชั่น 2 (เดิม) เฉือน ยูไนเต็ด ทีมในลีกสูงสุด 1-0

และกับหนนี้ วอร์ด-พราว์ส ก็แอบหวังใช้ประวัติศาสตร์เป็นแรงบันดาลใจด้วยการตั้งเป้าสถาปนาตนเองเป็นฮีโร่ และตำนานให้กับทีมแบบที่ “ปู่บ็อบบี้” ทำบ้าง!

“มันเป็นความทรงจำที่ยอดเยี่ยมที่เราได้มีถึง บ็อบบี้ สโต๊คส์ เลย และเทรนด์นี้สามารถที่จะเกิดขึ้นอีกครั้งในเกมนัดชิงคืนวันอาทิตย์นี้ได้”

“มันคงจะเป็นความทรงจำที่ตราตรึงสุดๆถ้าผมสามารถเป็นผู้ทำประตูชัยและทำให้มันเกิดขึ้นได้จริงๆ ผมยังจำได้ดีถึงสมัยเด็กที่เล่นบอลสวนหลังบ้านกับพี่ชายและมีประตูแห่งความทรงจำมากมาย”
แต่สุดท้ายนี้ เจ้าตัวก็กล่าวปิดท้ายครับว่าเรื่องนี้เป็นเพียงแค่เรื่องรอง เพราะสิ่งสำคัญที่สุดก็คือทีมนั้นเก็บชัยชนะพร้อมคว้าแชมป์ได้นั่นเอง

“แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือทีมจะต้องชนะ มันไม่สำคัญว่าใครจะเป็นคนยิงประตูชัยให้ทีมหรืออะไรทำนองนี้ เพราะทีมต้องมาก่อนเสมอ”

คืนนี้แล้วที่ อีเอฟแอล คัพ นัดชิงจะอุบัติขึ้น…

ฝันของ “เจมส์ วอร์ด-พราว์ส” จะเป็นจริงหรือไม่!?? เดี๋ยวเราคงได้รู้กันครับ

Please follow and like us:

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *