ข่าวทั่วไป

เครือข่ายฯ จี้รัฐ!! เปิดภาพวงจรปิดคดีวิสามัญฆาตกรรม “ชัยภูมิ ป่าแส”

เครือข่ายติดตามความคืบหน้าคดีวิสามัญฆาตกรรม ชัยภูมิ ป่าแส เรียกร้องให้เปิดภาพกล้องวงจรปิด-ทหารยุติปฏิบัติการจิตวิทยา

เครือข่ายติดตามความคืบหน้าคดีวิสามัญฆาตกรรม ชัยภูมิ ป่าแส แถลง “38 วัน หลังวิสามัญฆาตกรรม ชัยภูมิ ป่าแส : ความ (ไม่) คืบหน้าในการแสวงหาความจริง” เรียกร้องให้มีการเปิดเผยภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) โดยขอให้หน่วยงานทหารส่งมอบพยานหลักฐานให้กับพนักงานสอบสวนโดยเร็ว

ทั้งนี้ เพื่อให้สาธารณชนคลายข้อกังวลต่อประเด็นการใช้ความรุนแรงในการจับกุมผู้ต้องสงสัยว่ากระทำความผิด และขอเรียกร้องให้บุคคลในหน่วยงานรัฐที่ไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวข้องกับคดี โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล กองทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ยุติการให้ความเห็นที่มีลักษณะชี้นำรูปคดี หรือแทรกแซงการทำงานของพนักงานสอบสวน เพื่อให้พนักงานสอบสวนสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา

นอกจากนี้ยังขอเรียกร้องให้พนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการ เร่งดำเนินการเพื่อให้เกิดกระบวนการไต่สวนการตายตามกฎหมาย เพื่อให้ความจริงและความเป็นธรรมปรากฏโดยเร็ว และแจ้งความคืบหน้าต่อครอบครัวของชัยภูมิและสาธารณชนเป็นระยะๆ และท้ายสุดขอเรียกร้องให้หน่วยงานทหารยุติบทบาทในการปฏิบัติการทางจิตวิทยาโดยสิ้นเชิง เพราะการกระทำดังกล่าว แทนที่จะเป็นการสร้างความเข้าใจระหว่างประชาชนกับรัฐ แต่กลับจะสร้างความหวาดกลัวและไม่ไว้วางใจมากยิ่งขึ้น

พายุฤดูร้อนพัดต้นตาลในวัดพระธาตุพนม ล้มทับ 2แม่ลูกดับ

สลด พายุฤดูร้อนพัดต้นตาลในวัดพระธาตุพนม จ. นครพนม ล้มทับ 2แม่ลูกชาวนนทบุรี ดับอนาถ

ร.ต.อ.ณัชพล ดวงกางกอ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ธาตุพนม รับแจ้งมีเหตุต้นไม้ใหญ่ล้มทับมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ภายในวัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร อ.ธาตุพนม รุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวร ร.พ.สมเด็จพระยุพราชธาตุพนม กู้ภัยนาวาธาตุพนม ที่เกิดเหตุพบเต็นท์ผ้าใบที่กางไว้ชั่วคราวขาดกระจุยกระจาย หลังลมพายุสงบ พบพระเณรและเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังนำเครื่องตัดถ่างตัดซากต้นตาลขนาด 1 คนโอบ ที่สูงประมาณ 22 เมตร ลำเลียงออก พบร่างนางนิภาพร อนุ อายุ 43 ปี และนายพิชญ์ อนุ วัย 24 ปี สองแม่ลูก ชาว ต.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งทั้งคู่เป็นช่างภาพถ่ายภาพภายในวัดพระธาตุพนมมานานกว่า 10 ปี

ซึ่งผู้ต้องหาทั้งสองคดีให้การซัดทอดว่า นายโก จุน เกียต มีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้ โดยพอยู่ในระดับสั่งการให้ขนยาเสพติดข้ามชาติ และมีพฤติกรรมเดินทางจากมาเลเซียเข้ามาประเทศไทยหลายครั้ง เพื่อจัดหายาเสพติดลำเลียงออกนอกประเทศ เมื่อได้ยาเสพติดแล้วนายโก จุน เกียต จะเดินทางออกนอกประเทศเพื่อไปรอยาเสพติด

พลตำรวจตรีพรชัย เจริญวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กล่าวว่า ทางการข่าวของตำรวจสืบทราบว่านายโก จุน เกียต อยู่เบื้องหลังในการขนส่งยาเสพติดข้ามชาติ แต่ยังไม่ถึงขั้นเป็นระดับนายทุน ซึ่งสืบสวนติดตามตัวมาประมาณ 1 ปี ซึ่งผู้ต้องหารายนี้เข้ามาเมืองไทยช่วงก่อนสงกรานต์ที่ผ่านมา และเดินทางไปหลายที่ซึ่งเชื่อว่าเดินทางมาเพื่อหาเส้นทางขนยาเสพติด และจากการสอบปากคำเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าได้กระทำผิดจริง ขณะที่ความเชื่อมโยงเกี่ยวกับเครือข่ายนายไซซะนะนั้น ตำรวจจะสอบปากคำว่ายาเสพติดที่ได้มาจากเครือข่ายใดบ้าง ก่อนส่งตัวขออำนาจศาลฝากขังวันพรุ่งนี้

ร่างทรงแสดงปาฏิหาริย์พลาดใช้ดาบแทงหน้าอกตัวเองตัดขั้วหัวใจดับ

ผู้สื่อข่าวรายงาน เหตุการณ์ขณะร่างทรงชายที่แต่งกายด้วยเสื้อสีชมพู นุ่งผ้าขาวม้าลาย สวมผ้าโพกหัว กำลังถือมีดดาบร่างรำตามจังหวะของวงดนตรีไทยที่กำลังบรรเลง ก่อนจะถือมีดขึ้นปักที่หน้าอกแล้วกดลงไป 1 ครั้ง จากนั้นร่างทรงยื่นมีดดาบเล่มดังกล่าวให้เพื่อนและก้มลงมองที่หน้าอกตัวเอง ซึ่งภายหลังร่างทรงชายรายนี้ได้เสียชีวิตลง

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อเวลา 15.00 น. ของวันนี้ ( 24 เมษายน) หลังเกิดเหตุ ร.ต.อ.ชัยวัฒน์ เชื้อเมืองพาน รอง สารวัตรสอบสวน สถานีตำรวจภูธรสันกำแพง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ ได้รับแจ้งเหตุมีผู้ถูกอาวุธมีดแทงจนเสียชีวิต เหตุเกิดที่บ้านป่าสักขวาง ม.13 ต.สันกำแพง อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ จึงประสานแพทย์จากโรงพยาบาลสันกำแพง เดินทางไปร่วมชันสูตรพลิกศพ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าเจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังช่วยนำร่างของหญิงร่างทรงรายนี้ ทราบชื่อต่อมา คือนายเทพฤทธิ์ ปาลี อายุ 25 ปี ส่งโรงพยาบาลเพื่อช่วยเหลือชีวิต แต่เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหวจึงเสียชีวิตในเวลาต่อมา จากการตรวจสอบมีบาดแผลถูกอาวุธมีดแทงที่หน้าอก มีดตัดเส้นเลือดขั้นหัวใจเสียชีวิต

จากการสอบสวนทราบว่านายเทพฤทธิ์ เป็นร่างทรงผีมด มานานกว่า 6-7 ปี มีคนนับถือเป็นจำนวนมาก ขณะที่วันนี้ระหว่างมีพิธีฟ้อนเข้าทรง นายเทพฤทธิ์ได้แสดงอิทธิฤทธิ์-ปาฏิหาริย์ ให้ประชาชนได้ชมด้วยการเข้าทรง แล้วใช้ดาบแทงตัวเอง ซึ่งทุกปีที่ผ่านมาดาบจะหัก ทำให้ประชาชนเชื่อว่าคือปาฏิหาริย์ แต่ปีนี้ดาบไม่หัดกลับแทงเข้าผิวหนัง ทำให้ประชาชนที่เห็นเหตุการณ์รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลแต่นายเทพฤทธิ์ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในที่สุด

EODย้ำบึ้มโรงพักห้วยขวางระเบิดปิงปองแค่ก่อกวน

ตำรวจ EOD ยัน ปาบึ้มโรงพักห้วยขวางเป็นระเบิดปิงปอง ผกก.ห้วยขวาง ย้ำไม่โยงหน้ากองสลาก แค่วัยรุ่นก่อกวน

พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผู้กำกับกลุ่มงานเก็บกู้ตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด หรือ EOD เปิดเผยกรณีคนร้ายปาระเบิดปาระเบิดใส่ สน.ห้วยขวาง เมื่อกลางดึกคืนวันที่ (24เม.ย.) ที่ผ่านมาว่าจากการตรวจสอบชิ้นส่วนทราบว่าเป็นระเบิดปิงปองชนิดแรงดันต่ำ มีดินเทาเป็นส่วนประกอบเช่นเดียวกับเหตุระเบิดที่หน้ากองสลาก ถนนราชดำเนินกลาง แต่มั่นใจว่าคนร้ายเป็นคนคนละกลุ่ม เนื่องจากส่วนประกอบหาง่ายสามารถประกอบเองได้
ด้าน พ.ต.อ.อาคม จันทนลาช ผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาล ย้ำกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ว่าระเบิดที่เกิดขึ้นไม่โยงกับเหตุที่หน้ากองสลากอย่างแน่นอน โดยย้ำว่าเชื่อว่าเป็นฝีมือของแก๊งค์วัยรุ่นในพื้นที่ ที่ต้องการก่อกวนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่เท่านั้น จึงเลือกก่อเหตุที่ สน. โดยเตรียมออกหมายจับคนร้ายอย่างน้อย 2 รายตามที่ปรากฏในภาพวงจรปิดเร็วๆ นี้ โดยอยู่ระหว่างพยานหลักฐานจาก สำนักงานตรวจพิสูจน์หลักฐาน หรือ พฐ. มาประกอบสำนวนเท่านั้น พร้อมยืนยันหลังเกิดเหตุตำรวจห้วยขวางมีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดมากยิ่งขึ้น
3 วัยรุ่น ซิ่ง จยย. โยนวัตถุคล้ายระเบิด หน้า สน.ห้วยขวาง กลางดึก ตำรวจเร่งหาพยานหลักฐานเก็บลายนิ้วมือ

เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา เกิดเหตุมีคนร้ายโยนวัตถุคล้ายระเบิด บริเวณริมถนนประชาสงเคราะห์ 32 ด้านหน้า สน.ห้วยขวาง เขตดินแดง กทม. ที่เกิดเหตุพบเศษชิ้นส่วนคล้ายขวดน้ำยาทำความสะอาดห้องน้ำ ทำด้วยวัสดดุพลาสติก แตกกระจัดกระจายทั่วพื้นถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ห้วยขวาง จึงนำกรวยมาปิดกั้นการจราจรบริเวณด้านหน้า สน.ห้วยขวาง 1 ช่องทาง และให้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน เก็บรวบรวมเป็นหลักฐาน

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด เวลา 00.49 น. พบคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น อายุประมาณ 20 ปี จำนวน 3 คน ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ มาด้วยกัน 1 คัน โดยคนขับสวมเสื้อลายพรางทหารสีเขียว ขับมุ่งหน้าเข้ามาภายในซอยประชาสงเคราะห์ 32 ผ่านหน้า สน.ห้วยขวาง จังหวะขับผ่านคนซ้อนท้ายได้โยนวัตถุบางสิ่งบางอย่างลงไปที่ริมถนน และคล้อยหลังไม่นานได้เกิดระเบิดขึ้น มีกลุ่มควันสีขาวพวยพุ่งขั้นมาเป็นจำนวนมาก

เบื้องต้นได้ให้เจ้าหน้าที่กองพิสูตรหลักฐานเก็บหลักฐานไปตรวจดีเอ็นเอ ลายนิ้วมือ แรงดัน สารที่ใช้เป็นวัตถุระเบิด อย่างไรก็ดีขอเวลาทางตำรวจทำงานก่อน หลังจากนี้จะเร่งตรวจสอบเส้นทางการหลบหนีของคนร้าย เพื่อติดตามหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เกาะสมุยระทึก! ฝนตกหนักน้ำเชี่ยวพ่อลูกติดกลางน้ำตก

ระทึก! พ่อลูก 3 คนติดอยู่กลางน้ำตกหินลาด อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี หลังฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลาก

เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนายกิตติ ชูศรี เจ้าหน้าที่ดับเพลิง งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลนครเกาะสมุย ว่าเมื่อเวลา 14.20น. ได้รับแจ้งว่ามีคนติดอยู่บริเวณกลางน้ำตกหินลาด ต.อ่างทอง รวม 3 คน เป็นชายไทย 1 คน และเด็กเล็ก 2 คน หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิกุศลสงเคราะห์เกาะสมุย ได้นำอุปกรณ์ช่วยชีวิตเข้าทำการช่วยเหลือ
ที่เกิดเหตุพบว่าภายในน้ำตกหินลาดมีกระแสน้ำไหลเชี่ยวมากหลังจากมีฝนตกหนักลงมาที่บริเวณยอดภูเขาของน้ำตกหิดลาด สำหรับน้ำตกที่ไหลเชี่ยวนั้นมีสีน้ำตาลขุ่น โดยจุดดังกล่าวพบชายไทยพร้อมด้วยลูกชายลูกสาว ซึ่งผู้เป็นพ่อยืนอุ้มลูกชาย อายุประมาณ 3 ขวบ และจับมือลูกสาว อายุประมาณ 5 ขวบไว้แน่น อยู่บนโขดหินท่ามกลางกระแสน้ำของน้ำตกที่ไหลเชี่ยว โดยทีมกู้ภัยต้องขึงเชือกกับต้นไม้ทั้งสองฝั่งของน้ำตกไว้เพื่อใช้เป็นที่พยุงตัว และยืนเรียงแถวในการให้ความช่วยเหลือ ท่ามกลางการลุ้นระทึกของนักท่องเที่ยวที่เห็นเหตุการณ์

โดยทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยและเจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เดินฝ่าสายน้ำที่เชี่ยวกรากเข้าช่วยเหลือเด็กหญิงเป็นคนแรกกลับขึ้นฝั่งได้อย่างปลอดภัย และเข้าช่วยเหลือพ่อและลูกชายกลับเข้าฝั่งได้อย่างปลอดภัยเช่นกัน

นายกิตติ ชูศรี เจ้าหน้าที่ดับเหลิง เปิดเผยว่า บริเวณรอบน้ำตกหินลาดมีฝนตกหนักลงมา ทำให้มีน้ำจากภูเขาไหลลงมาที่น้ำตกหิกลาดอย่างรวดเร็วและแรงมาก โชคดีที่พ่อกับลูก 3 คนนี้หลบขึ้นไปอยู่บนโขดหินขนาดใหญ่ได้ทัน จึงไม่ถูกกระแสน้ำพัดไป

หัวเว่ย ออกโรงแจง ปมดรามาหน่วยความจำของ Huawei Mate 9, P10

หัวเว่ย โพสต์แจงผ่านเพจ หลังเกิดกระแสดรามา หน่วยความจำของ Huawei Mate 9, P10 ไม่ตรงตามสเปค

วันนี้ (25 เม.ย. 60) เพจ Huawei Mobile ได้มีการโพสต์ข้อความชี้แจงถึงกรณีที่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับหน่วยความจำในโทรศัทพ์ Huawei Mate 9 และ P10 เป็นหน่วยความจำคนละตัว ไม่ตรงกับสเปคที่แจ้งไว้ ก่อนที่ผู้ใช้จำนวนหนึ่งเตรียมรวมตัวไปเรียกร้องขอความเป็นธรรมกับสำนักงาน สคบ. ในวันที่ 26 เม.ย. 60 โดยระบุว่า
เรียน ลูกค้าคนสำคัญของหัวเว่ยทุกท่าน

หัวเว่ยได้ทราบถึงการพูดถึงเรื่องหน่วยความจำของ Huawei Mate 9 Series และ P10 Series จึงขอเรียนชี้แจง ดังนี้

UFS 2.1 เป็นมาตรฐานอินเทอร์เฟสที่กำหนด โดยสมาพันธ์ร่วมด้านวิศวกรรมชิ้นส่วนอิเลคตรอน (JEDEC) โดยทั้งมาตรฐาน UFS 2.1 (JEDEC Standard No.220C) และ UFS 2.0 (JEDEC Standard No.220 B) มีอัตราความเร็วเท่าเทียมกัน ระหว่าง 249.6 – 583.04 MB/วินาที หรือ 2496 – 5830.4 Mb/วินาที และ Huawei Mate 9 Series เป็นไปตามมาตรฐานอินเทอร์เฟสของ UFS 2.1

สำหรับ Huawei P10 Series หัวเว่ยมีมาตรฐานในการจัดหาชิ้นส่วนและเลือกใช้โซลูชั่นจากผู้ผลิตหลากหลายที่น่าเชื่อถือทั่วโลก เพื่อให้มั่นใจว่าหัวเว่ยจะสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้แก่ผู้บริโภคควบคู่ไปกับการมีปริมาณการผลิตที่พอเพียงต่อความต้องการของผู้บริโภค

ในส่วนของเรื่อง DDR4 RAM บริษัทขอยืนยันว่า Huawei Mate9 Series และ P10 Series ใช้ DDR4 RAM

สำหรับคุณลูกค้าที่ใช้ Huawei Mate 9 Series และ P10 Series อยู่และมีความกังวลเกี่ยวกับสินค้า สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าหัวเว่ย สาขา เอ็มบีเค เซ็นเตอร์ (เวลาให้บริการ 10.30 – 19.30 น.)

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย ขอยืนยันว่าเราดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงมาตรฐานสินค้าและความพึงพอใจของลูกค้าคนไทยทุกท่านเป็นสำคัญ

หัวเว่ย คอนซูมเมอร์ บิสสิเนส กรุ๊ป ประเทศไทย

โคคา-โคลา ชวนฉลองสงกรานต์ อย่างสร้างสรรค์สไตล์ รักน้ำ

หากพูดถึงเทศกาลที่คนไทยรอคอยมากที่สุดในแต่ละปี แน่นอนว่าสงกรานต์ต้องติดอันดับต้นๆ อย่างแน่นอน แม้ว่าจะอยู่ในช่วงที่อากาศร้อนที่สุดในรอบปี แต่บรรยากาศอันแสนอบอุ่นของการเดินทางกลับบ้านและใช้เวลาร่วมกับครอบครัว

กลิ่นอายของความสนุกสนานในการฉลองสงกรานต์อันโด่งดังไปทั่วโลก ไปจนวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ย่อมทำให้ไม่เพียงแค่คนไทย แต่ต่างชาติจำนวนมากต่างนับวันรอคอยให้เทศกาลสงกรานต์มาถึงอย่างใจจดจ่อ
สิ่งที่ควบคู่กับการฉลองสงกรานต์คือการสาดน้ำอย่างสนุกสนาน แต่หากนึกถึงปริมาณน้ำที่ใช้ไปเพื่อความสนุกนี้แล้ว เชื่อว่าทุกคนคงจินตนาการว่ามากมายขนาดไหน
ในฤดูร้อนที่ภัยแล้งเริ่มส่งสัญญาณอีกครั้ง จะดีแค่ไหนถ้าเราฉลองสงกรานต์อย่าง “รักน้ำ” ในเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง โครงการ “รักน้ำ” โครงการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำที่ริเริ่มโดยกลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทย จึงเชิญชวนคนไทยฉลองสงกรานต์แบบ “รักน้ำ” คือการเล่นน้ำสงกรานต์ในปริมาณที่พอเหมาะและใช้เวลาอยู่กับครอบครัวในโอกาสที่สมาชิกจะได้อยู่พร้อมหน้า

ผ่านทางวิดีโอ ที่ปล่อยให้ได้รับชมกันแล้วทาง YouTube ของ โคคา-โคลา ประเทศไทย Facebook และเว็บไซต์ต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้คนไทยร่วมกันฉลองสงกรานต์อย่างตระหนักรู้ถึงคุณค่าทรัพยากรน้ำนายนันทิวัต ธรรมหทัย ผู้อำนวยการองค์กรสัมพันธ์และการสื่อสาร บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลอด 10 ปี โครงการรักน้ำได้ทำงานร่วมกับชุมชนต่างๆ และพันธมิตรในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำชุมชนอย่างยั่งยืน ในปีนี้ เราอยากร่วมจุดประกายในการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำให้กับผู้บริโภคในช่วงสงกรานต์ เพราะในหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องประสบปัญหาภัยแล้งไม่นานหลังจากเทศกาลสงกรานต์
สงกรานต์นี้ อย่าลืมฉลองอย่าง “รักน้ำ” ได้ทั้งความสุข ความอบอุ่นในครอบครัว และอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำไปพร้อมกัน และหากคุณมีไอเดียเก๋ๆ ในการเล่นสงกรานต์ให้สนุกเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือใช้น้ำน้อยลง อย่าลืมแชร์กับเราผ่านทางแฮชแท็ก #RAKNAM #รักน้ำ #Coke สงกรานต์ปีนี้ มารักน้ำด้วยกันเถอะ! รักน้ำ รักทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อประเทศไทย

‘โค้ก’ ส่งแคมเปญ ดื่มด่ำทุกความอบอุ่นของบ้าน ให้คนมีสุขช่วงสงกรานต์

กลุ่มธุรกิจโคคา-โคลา ในประเทศไทย หรือผู้ผลิต ‘โค้ก’ ทุ่มงบ 180 ล้านบาท จัดกิจกรรม “ดื่มด่ำทุกความอบอุ่นของบ้าน” ส่งต่อประสบการณ์ซ่าสดชื่น ให้การกลับบ้านช่วงสงกรานต์ในปีนี้ให้มีความหมายมากขึ้น พร้อมกันนี้ได้มีการเปิดช่องทาง ให้คนไทยพูดคุยส่งต่อความรู้สึกดีๆ ในช่วงเทศกาลแห่งความสุข ผ่านทาง www.facebook.com/cocacolaTH/

โดยนางสาวคลาวเดีย นาวาร์โร ผู้อำนวยการการตลาด บริษัท โคคา-โคลา (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า เสน่ห์และความสำคัญของเทศกาลสงกรานต์ มีมากกว่าการเล่นน้ำ นั่นคือ การได้พบปะพูดคุยและใช้เวลาอยู่กับครอบครัว พ่อแม่ ญาติมิตร และคนรัก โค้กจึงต้องการที่จะเป็นสื่อกลางเพื่อให้พี่น้องชาวไทยมีความสุขตั้งแต่ก่อนการเดินทาง ไปจนถึงจุดหมาย และสร้างความรู้สึกอบอุ่นใจให้กับผู้บริโภคไทย จึงได้มีการคิดแคมเปญดังกล่าวขึ้นมาเพื่อส่งความสุข
ซึ่งกิจกรรมนี้ ประกอบไปด้วยไฮไลท์พิเศษส่งพลังใจให้คนไทยขณะเดินทางช่วงสงกรานต์ เช่น สื่อ out-of-home ต่างๆ ของโค้ก ด้วยป้าย “ยินดีต้อนรับกลับบ้าน” และ “อีกไม่กี่นาทีก็จะได้เจอคนที่รักแล้ว” ตามเส้นทางหลัก รวมถึง เพลงธีมใหม่ ‘Taste the Feeling – Songkran’ ซึ่งแต่งขึ้นสำหรับเฉลิมฉลองเทศกาลสงกรานต์โดยเฉพาะ
และ “ตู้เครื่องดื่มโค้กสงกรานต์ซ่า” ที่จัดไว้เซอร์ไพรส์ตามสถานีขนส่งชื่อดัง ทั้งหัวลำโพง และขนส่งสายใต้ใหม่ เพื่อมอบกำนัลจากโค้กให้ติดมือกลับบ้าน และเป็นการสร้างสีสันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ให้กับพี่น้องชาวไทยได้อย่างครบทุกมิติอย่างแท้จริง
ทั้งนี้หากอยากติดตามทุกกิจกรรมซ่าของโค้ก สามารถเข้าไปติดตามรายละเอียดได้ที่ www.iCoke. coca-cola.co.th หรือเฟซบุ๊ก www.facebook.com/cocacola “โค้ก…ดื่มรสชาติของความรู้สึก”

ขอบคุณข่าวสารจาก : www.facebook.com/cocacolaTH/

ปส.เร่งขยายผลคนไทยร่วมแก๊งไซซะนะ

รอง ผบช.ปส. เผยสอบ ‘ไซนุเด็น’ เครือข่ายยาเสพติด ‘ไซซะนะ’ ที่มาเลเซียให้การเป็นประโยชน์ เร่งขยายผลคนไทยร่วมขบวนการ

พล.ต.ต.ชาตรี ไพศาลศิลป์ รองผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เปิดเผยกับสำนักข่าว ไอ.เอ็น.เอ็น. ถึงความคืบหน้า กรณีที่ทางการมาเลเซียได้จับกุม นายไซนุเด็น หนึ่งในเครือข่ายยาเสพติดของนายไซซะนะ แก้วพิมพา ผู้ต้องหาสัญชาติลาว ที่ถูกทางการไทยจับกุมไปก่อนหน้านี้ ว่า ฝ่ายสืบสวนของไทยได้เดินทางไปสอบปากคำเมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทางการมาเลเซียให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยจากสอบปากคำนั้น นายไซนุเด็น ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ พอสมควร หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ก็จะเร่งขยายผล โดยเชื่อว่ามีคนไทยร่วมอยู่ในขบวนการนี้ เนื่องจากการลำเลียงยาเสพติดของกลุ่มนี้ มีช่องทางที่ผ่านจากประเทศไทย

ส่วนการขยายผลหาบุคคลที่เป็นตัวการใหญ่กว่า นายไซซะนะ นั้น ต้องรอตรวจสอบรายละเอียดก่อน

รองผบ.ตร.แถลงจับกัญชาแห้งอัดแท่ง500กก.ค่า4ล.

รอง ผบ.ตร. แถลงจับกัญชาแห้งอัดแท่ง 500 กิโลกรัม ค่า 4 ล้าน พร้อม 5 ผู้ต้องหาดำเนินคดี

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมด้วย พล.ต.ท.สมหมาย กองวิสัยสุข ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด แถลงจับกุมกัญชาแห้งอัดแท่ง น้ำหนัก 500 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 4 ล้าน พร้อมจับ นายวัชรพล นาคเสน ผู้ต้องหาพร้อมพวก รวม 5 คน ในจำนวนนี้มี 2 คน เป็นชาวลาว โดยจับกุมได้ในพื้นที่ ต.หนองบัว อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี หลังตำรวจกองบังคับการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติดตรวจสอบพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงแนวชายแดนริมแม่น้ำโขง จ.หนองคาย และหลบเลี่ยงด่านภแป จ.นครราชสีมา ไปทาง จ.ลพบุรี โดยใช้รถกระบะ 3 คัน เปลี่ยนแผ่นป้ายทะเบีบน จึงติดตามเข้าตรวจค้นพบกัญชาซุกซ่อนอยู่

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า กัญชาที่ตรวจยึดได้พบมีการอัดแห้ง โดยใช้ตาข่ายคลุมพร้อมสารกันชื้นอย่างดี และยังพบกัญชาหนึ่งห่อน้ำหนักประมาณ 1 กิโลกรัม เป็นชนิดผงมีอักษร PX ที่ห่อเชื่อว่าเป็นสัญลักษณ์พิเศษเฉพาะที่จะนำไปใช้ในทางการแพทย์ ซึ่งมีการวิจัยในสหรัฐอเมริกา พบว่า กัญชาสามารถต้านโรคมะเร็งได้ แต่กฎหมายในไทยยังคงผิดกฎหมาย

จากการสืบสวนทราบว่าเป็นกัญชาที่คัดเฉพาะใบนำไปใช้ผสมกับเอทิลแอลกอฮอล์ เพื่อสกัดนำยางออกมาทำยาต้านโรคมะเร็งมีความแตกต่างจากกัญชาห่ออื่นและมีราคาสูงกว่าปกติ ส่วนกัญชาทั้งหมดจะถูกส่งไปยังภาคใต้เพื่อนำออกนอกประเทศ และผู้ต้องหากลุ่มนี้เป็น 1 ใน ครือข่ายของนายไซซะนะ แก้วพิมพา ผู้ต้องหาคดียาเสพติดที่ถูกจับก่อนหน้านี้