Sigma 10-20mm F3.5 EX DC HSM

เลนส์อัลต้าวาย คุณภาพคับแก้ว ในราคาสบายกระเป๋า!

คุณสมบัติเด่น
เลนส์ที่มีช่วงซูมกว้างแบบ อัลต้าไวด์ ในราคาสบายกระเป๋า
รูรับแสง F3.5 ตลอดช่วงซูม
เหมาะสำหรับถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ในมุมกว้าง หรือ ถ่ายในสถานที่คับแคบ เพื่อเก็บมุมให้ได้ครบถ้วน
น้ำหนักเบา ขนาดเล็กกะทัดรัด พร้อมฮู้ด และกระเป๋าเลนส์ในชุด
ระบบโฟกัสที่รวดเร็วแบบ HSM (Hyper-Sonic Motor) ใช้ได้กับกล้องทุกตัว โดยเฉพาะค่าย Nikon
ดีไซน์ภายนอกเลนส์แบบใหม่ สวยสะดุดตา สไตล์โมเดิน ผิวใหม่ไม่ลอก
มีสเกลบอกระยะโฟกัส และเป็นการโฟกัสภายใน หน้าเลนส์ไม่หมุนตาม

Sigma 10-20mm F3.5 EX DC HSM ตัวนี้ หน้าตาจะใกล้เคียงกันมาก กับรุ่นก่อนหน้านี้ คือ Sigma 10-20mm F4-5.6 EX DC HSM หน้าตารูปร่าง จะคล้ายกันกับตัวเดิมมากๆ แต่ก็มีข้อแตกต่างที่สำคัญๆ อยู่พอสมควรเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตัวใหม่นี้ มีรูรับแสง คงที่ตลอดช่วงซูม ที่ F3.5 ในขณะที่รุ่นเก่า จะเป็นรูรับแสงแบบ ไหลไปตามระยะการซูม นอกจากนี้ รูปลักษณะภายนอกจะดูดีขึ้น และไม่มีปัญหาเรื่องผิวเคลือบยาง ที่เคยลอกเหมือนรุ่นเก่าล็อตแรกๆแล้ว นอกจากนี้ หน้าตาก็ดูดีขึ้น การเซาะร่อง ทำได้ดีขึ้น แต่ที่จะต่างไปมากๆ อีกประการก็คือ ตัวใหม่นี้หน้าเลนส์จะกว้างใหญ่กว่าเดิม โดยใช้ฟิลเตอร์ขนาดใหญ่ถึง 82มม. ในขณะที่รุ่นเก่าจะใช้ขนาด 77มม. เท่านั้น ทำให้รูปทรงด้านหน้าเลนส์ ดูบานออกไปจากตัวโครงสร้างหลักของเลนส์บ้าง พอสมควร นี่คือจุดแตกต่าง ที่สำคัญ ระหว่างเลนส์ 10-20มม. ทั้ง 2 generation ของค่าย Sigma นี้

หากพูดถึง เลนส์แบบ อัลต้าไวด์ ขนาดเล็ก กะทัดรัด แต่เปี่ยมความสามารถ ที่นอกเหนือจากเลนส์ค่ายกล้องแล้ว ตากล้องทั้งใหม่ และเก่า ล้วนต่างคุ้นเคย กับชื่อเสียง อันยาวนานของเลนส์ Sigma 10-20mm. มาตั้งแต่เพิ่งเริ่มหัดถ่ายภาพก็มี หลายๆคน รวมทั้งตัวผู้เขียนเอง ก็เป็นผู้หนึ่ง ที่เคยได้ยิน ชื่อเสียง และได้เคยใช้งาน Sigma 10-20mm มาด้วยตัวเอง เรียกได้ว่า เป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของหลายๆท่าน ที่ต้องการเลนส์แบบ อัลต้าไวด์ ในงบประมาณที่จับต้องได้ ไม่นับท่านๆที่ มีเงินถุงเงินถัง ซื้อเลนส์สุดยอดของค่ายได้ อะไรแบบนั้น คำแนะนำแรกๆ ที่ผู้คนจะพูดถึงกัน ก็คือเลนส์ในระยะ 10-20 มม. นี่แหละ และแทบไม่ต้องเอ่ยยี่ห้อด้วยซ้ำ ถ้าบอกว่าเลนส์ระยะ 10-20 mm. แล้วละก็ 100 ทั้งร้อย ก็มักจะหมายถึงเจ้า Sigma 10-20mm. นี่แหละ เพียงแค่ เมื่อก่อนนี้ จะหมายถึง Sigma-10-20mm F4 – 5.6 แต่ถ้าเป็น ณ วันนี้แล้ว ก็จะต้องหมายถึง Sigma 10-20mm F3.5 EX DC HSM อย่างไม่ต้องสงสัย

ทำไมเลนส์ระยะนี้ ถึงได้รับความนิยม คำตอบง่ายๆ ก็คือ มันให้มุมรับภาพที่กว้างสะใจ โดยเฉพาะสำหรับ ท่านที่เคยใช้เลนส์มาตรฐาน ที่มากับกล้อง โดยส่วนใหญ่ก็จะเริ่มต้นระยะกันที่ 18 มม. เป็นหลัก หากต้องการภาพที่กว้างกว่า 18 มม. ก็จะเริ่มมองหาเลนส์ระยะทางยาวโฟกัสที่ น้อยกว่า 18 กันเยอะ โดยเฉพาะที่ชอบถ่ายภาพวิว ภาพท่องเที่ยว ก็มักจะมองหาเลนส์ระยะ อัลต้าไวด์กันมาก เป็นเลนส์ตัวที่ 2 ที่มักจะมองหากัน แต่ประเด็นที่จะติดมากับการมองหาเลนส์ชนิดนี้ก็คือ เรื่องของราคา ค่าตัวของเลนส์ระยะนี้ ถ้ามองกันที่เลนส์ค่าย แต่เดิมแทบไม่มีตัวเลือกที่ราคา น่าสนใจให้เราได้เลือกกัน (แม้ว่าระยะหลัง จะมีออกมาให้เลือกใช้แล้ว แต่เมื่อก่อนแทบไม่มีให้เลือก หรือมีก็ราคาค่อนข้างสูง) จนทำให้เป็นช่องว่าง ของเลนส์ค่ายอิสระ ที่จะต่อยอด เข้ามาเสนอตัวเลือก ที่ดูเหมือนว่าจะเหมาะเจาะ ลงตัวกับความต้องการของผู้ใช้งานพอดี จึงทำให้เลนส์อิสระ ที่ทำเลนส์แบบอัลต้าไวด์ ขายดิบขายดี กันมานานแสนนาน และก็อย่างที่บอกไปแล้วว่า ตัวเลือกแรกๆ ที่หลายๆคนมองเลนส์ระยะนี้ ก็คือ Sigma-10-20mm นั่นเอง

สำหรับ Sigma 10-20mm F3.5 EX DC HSM แม้ว่าจะออกมาได้สักพักแล้ว แต่ตัวผมเองเพิ่งได้มีโอกาสทดลองใช้งาน อย่างเต็มรูปแบบก็เมื่อเร็วๆนี้เอง อาจจะด้วยเหตุที่ว่า ตัวผมเองก็มีเลนส์ Sigma 10-20mm F4-5.6 EX DC HSM ตัวเดิมไว้ใช้งานอยู่แล้ว ทำให้คิดไปเองว่า ตัวใหม่ออกมา ก็ไม่น่าจะต่างอะไรมาก ยอมรับว่าตอนแรกคิดแบบนั้นจริงๆ นึกว่าแค่ปรับโฉมภายนอก ไม่ได้ปรับอะไรใหม่ แต่พอได้มาใช้งานจริงๆ แล้วก็พบว่า มันก็มีอะไรที่แตกต่างไป พอสมควร เพียงแค่ในมุมมองการใช้งาน ก็คือมุมมองเดิมๆ เท่านั้น ไม่ได้ต่างอะไรกัน

คือถ้ามองที่ระยะ 10mm. เดิมจาก F4 ลงมาเป็น F3.5 อาจจะรู้สึกไม่เห็นต่างอะไรเลย ก็ถูกต้องครับ ม้นแทบไม่ต่างกันเลย แต่คุณลองดูที่ระยะ 20mm. สิครับ มันต่างจากเดิมพอสมควร จากที่เปิดได้กว้างสุดที่ F5.6 ตอนนี้ มันเปิดได้กว้างสุดที่ F3.5 ต่างกันเกือบ 2 stop เลยครับ ถ้าเอาไปถ่ายในที่แสงน้อย คุณก็เริ่มจะเห็นความต่างทันที ความเร็วชัตเตอร์จะได้เปรียบขึ้นมาทันที ในที่แสงน้อยๆ นอกจากนี้การที่รูรับแสงกว้างขึ้น ยังส่งผลให้ภาพในช่องมองภาพสว่างขึ้นด้วย และส่งผลให้ระบบออโต้โฟกัสของกล้อง ทำงานได้ดีขึ้น(มาก)อีกด้วย โดยเฉพาะในที่แสงน้อย ประเด็นนี้ ผมมองว่าเป็นประโยชน์ที่ได้โดยตรงจากเลนส์ F3.5 ตลอดช่วง ตัวใหม่ตัวนี้ ที่จะชนะเลนส์ตัวเดิมแบบไม่ต้องสงสัย

นอกจากนี้ ก็จะเป็นพวกรายละเอียดปลีกย่อย ที่หากมองลึกลงไป จึงจะเห็นข้อแตกต่าง อาทิ รูรับแสงที่กลมมากกว่าเดิม เพราะมีตัวไดอะแฟรม มากขึ้นกว่าเดิม จากเดิม 6 ม่าน ตัวใหม่นี้มี 7 ม่าน ก็ดีขึ้นในแง่ของโบเก้ และการไล่ระดับออฟโฟกัสที่ดีขึ้น แต่อาจจะสังเกตเห็นได้ยากสักหน่อย ในเลนส์แบบอัลต้าไวด์นี้ แต่ถ้าดูจาก spec ก็ต้องบอกว่าดีกว่าเดิมครับ

ถัดไปที่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ น่าจะเป็นเรื่องของการจัดชิ้นเลนส์แบบใหม่ แสดงว่าเลนส์ตัวนี้ มี optic คนละตัวกันกับเลนส์รุ่นเดิมนะครับ แม้ว่าภายนอกจะดูคล้ายๆกันก็ตาม เพราะตัวใหม่นี้ ใช้เลนส์ที่แตกต่างออกไป ที่สำคัญคือ มี ASP (Aspherical Lens) ชิ้นเลนส์ทรงระฆังเพิ่มมาจากเดิมจาก 3 ชิ้น เป็น 4 ชิ้น ชิ้นเลนส์ ASP จะช่วยแก้ปัญหาความคมชัดบริเวณขอบภาพได้ดี

นอกจากนี้ ก็ยังเปลี่ยนชิ้นเลนส์ จากเดิมใช้ SLD (Special Low Dispersion) 3 ชิ้น มาตัวใหม่นี้ ใช้ชิ้นเลนส์ SLD เหลือแค่ 1 ชิ้น แต่อีก 2 ชิ้นที่เหลือ ได้เพิ่ม spec ขึ้นเป็นชิ้นเลนส์แบบ ELD (Extraodinary Low Dispersion) ที่ดีกว่าเดิม ตรงนี้่ น่าจะช่วยเรื่องสีเหลือมๆ บริเวณขอบภาพได้ดี โดยเฉพาะในช่วงกว้างๆมากๆ ซึ่งจากที่ทดสอบดู ก็เห็นได้ชัดเจนว่า สีเหลือมๆ บริเวณขอบภาพทำได้ดีมากๆ เมื่อเทียบกับราคาเลนส์ระดับนี้ โดยเฉพาะเมื่อถ่ายที่ F11 แทบไม่เห็นอาการสีเหลือมในภาพเลย แม้จะถ่ายในที่สว่างๆ และมีวัตถุทึบๆ ตัดกับบริเวณสว่างๆ ทั้งกลางภาพ และขอบภาพ น่าจะเป็นผลจากชิ้นเลนส์็ใหม่พวกนี้