คุณสมบัติเด่น
เลนส์ซูมช่วงมาตรฐาน ที่ใช้งานได้หลากหลาย คุณภาพระดับโปร
รูรับแสง F2.8 ละลายฉากหลังได้ดี หรือ ถ่ายในที่แสงน้อยได้ดี
เม้าท์เลนส์สำหรับกล้อง platousport-bergen.com Full Frame โดยเฉพาะ (กล้อง Canon , Nikon ใช้ได้)
มีระบบกันสั่น OS ในตัวเลนส์
ชิ้นเลนส์คุณภาพสูง SLD 3 ชิ้น และ Aspherical อีก 4 ชิ้น
มีระบบป้องกันฝุ่น กันชื้นไม่ให้เข้าไปในเลนส์
มีระบบโฟกัส HSM รุ่นใหม่ ที่โฟกัสได้ไวขึ้น นุ่มนวลมากขึ้น
ดีไซน์ภายนอกเลนส์แบบใหม่ สวยสะดุดตา สไตล์โมเดิน ผิวใหม่ไม่ลอก
รูรับแสงแบบวงกลม ด้วยกลีบไดอะแฟรมถึง 9 กลีบ เพื่อโบเก้ที่สวยทุกรูรับแสง

SIGMA 24-70mm F2.8 DG OS HSM Art เป็นเลนส์ที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพทั่วๆไป สำหรับช่างภาพมืออาชีพ หรือ ผู้ที่จริงจังกับการถ่ายภาพ เพราะสามารถให้ภาพที่มีคุณภาพสูง แต่ในขณะเดียวกัน ก็สามารถถ่ายภาพงานได้หลากหลายมาก ดังที่ทราบกันดีอยู่แล้ว ในแวดวงช่างภาพมืออาชีพว่า เลนส์ระยะ 24-70 mm F2.8 นี้ เป็นช่วงยอดนิยมมากๆ ในตลาดช่างภาพมืออาชีพ หรือผู้ที่จริงจังกับการถ่ายภาพ เพราะระยะ 24mm ให้มุมรับภาพที่กว้างเพียงพอสำหรับการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ หรือ ถ่ายภาพบุคคลภาพหมู่ สำหรับงานพิธีต่างๆ หรือ ถ่ายภาพในอาคารในห้องที่แคบ แต่ต้องการเก็บภาพให้หมด ระยะ 24mm นี่ใช้งานได้หลากหลายมากๆ

ส่วนระยะซูมช่วงปลายที่ 70mm แม้ไม่ได้ยาวมากนัก แต่ก็เพียงพอ และเหมาะสมสำหรับการถ่ายภาพบุคคลครึ่งตัว หรือเต็มตัวในระยะ 2-3 เมตร เพื่อการละลายฉากหลังได้เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไป และระยะ 70mm นี้ ตากล้องก็ไม่จำเป็นต้องยืนห่างจากแบบมากนัก เป็นระยะที่เหมาะสม สำหรับการถ่ายภาพบุคคล 1 คน หรือ 2 คน ได้โดยง่าย

สำหรับรูรับแสงที่กว้างถึง F2.8 นั้น ก็จะช่วยในเรื่องของการละลายฉากหลัง โดยเฉพาะภาพบุคคลที่ต้องการละลายฉากหลัง ก็สามารถดึงซูมไปที่ 70mm แล้วเปิดรูรับแสงกว้างๆที่ F2.8 เพียงเท่านี้ฉากหลังก็จะละลายได้กำลังสวยงาม ส่วนท่านที่ต้องการถ่ายภาพทิวทัศน์ ในที่แสงน้อยๆ ก็สามารถใช้ประโยชน์จากรูรับแสงที่กว้าง F2.8 นี้ได้ แม้จะใช้ช่วยมุมกว้างที่ 24mm ก็ตาม

ด้วยเหตุทั้งหมดนี้ จึงทำให้เลนส์ SIGMA 24-70mm F2.8 DG OS HSM Art เป็นเลนส์ที่เหมาะสำหรับ การถ่ายภาพงานพิธีต่างๆได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงงาน Landscape งาน Portrait หรือ ถ่ายภาพท่องเที่ยวที่ต้องการคุณภาพระดับสูง ได้เพียงเลนส์ตัวนี้ตัวเดียว ขาดเพียงแค่ช่วงยาวๆ ที่ต้องใช้งานเลนส์ตัวยาวๆเพิ่มเติม อีกสักตัว ก็เพียงพอสำหรับการถ่ายภาพโดยทั่วๆไปแล้ว

สิ่งที่ผมประทับใจมากที่สุด หลังจากได้ลองใช้งาน SIGMA 24-70mm F2.8 DG OS HSM Art ตัวนี้มาราวๆ 2 สัปดาห์ และได้ประโยชน์โดยตรงกับภาพตัวอย่าง ที่ผมนำมาประกอบบทความนี้ ก็คือ การมีระบบกันสั่นมาให้ในตัวเลนส์ เพราะเลนส์ช่วง 24-70 mm F2.8 นี้ จะว่าไปก็มีให้เลือกอยู่หลายตัวในท้องตลาด แต่ด้วยระดับราคาสี่หมื่นกว่าๆนี้ และมีระบบกันสั่นมาให้ด้วยนั้น ผมว่าเลนส์ SIGMA 24-70mm F2.8 DG OS HSM Art เป็นเลนส์ที่คุ้มค่าเงินมากๆ กันสั่นช่วยได้จริงๆ กับภาพที่ผมถ่ายวัดอรุณ เพราะผมถ่ายจากบนเรือข้ามฟากเลย ไม่ได้ใช้ขาตั้งกล้อง (แน่นอนอยู่บนเรือข้ามฟาก กางขาตั้งไปก็ไม่มีประโยชน์อะไร) ผมจึงเปิดระบบกันสั่น ให้ช่วยเหลือ และถือกล้องให้นิ่งที่สุด ท่ามกลางการโคลงเคลงของเรือ โชคดีอยู่บ้างที่จังหวะที่ผมถ่ายภาพนั้น ไม่มีเรืออื่นวิ่งผ่าน คลื่นเลยค่อนข้างนิ่งหน่อย แต่ผมก็ถ่ายเผื่อๆเอาไว้หลายๆภาพ ยอมรับว่าตอนที่ถ่าย ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากว่าภาพจะออกมาชัด ผมลองเริ่มจาก ISO ต่ำๆก่อน แต่ความเร็วชัตเตอร์ได้เต็มที่แค่ 1/60 วินาที ที่ ISO ต่ำๆ ผมคิดว่าไม่น่ารอด ถ้ายืนถ่ายบนเรือแบบนี้ แต่ก็ลองค่อยๆไล่ปรับ ISO ขึ้นไป แต่สุดท้ายก็ได้ภาพ ทั้งที่ ISO ต่ำแค่ ISO 200 กับภาพที่เร่ง ISO สูงสักหน่อยที่ ISO1600 ก็ได้ความเร็วชัตเตอร์สูงหลัก 1/1600 วินาทีได้ ซึ่งจะได้หมดปัญหาเรื่องคลื่นบนเรือไป แต่ต้องแลกมาด้วย ISO ที่สูงพอสมควร

แต่โชคดีมากๆครับ เพราะภาพที่ ISO 200 ชัตเตอร์แค่ 1/200 วินาที ภาพก็ชัด เพราะระบบกันสั่นช่วยไว้ ส่วนภาพที่เร่ง ISO 1600 ก็ได้ภาพที่ดี เพราะเลนส์มีความคมชัดดีมากๆ แม้ใช้ ISO 1600 ภาพก็ยังไม่แตกมากนัก รายละเอียดอยู่ครบถ้วนเป็นอย่างดี นับว่าโชคดีมากๆ ที่ผมใช้เลนส์ที่มีคุณภาพชิ้นเลนส์ดี และมีกันสั่น มาใช้ในสถานการณ์นี้ เนื่องจากวันนั้นผมหามุมถ่ายภาพบนฝั่งไม่สำเร็จ คือคงได้มุมดีๆ ถ้ามีเงินไปนั่งในร้านอาหารแพงๆริมน้ำ แต่งบผมจำกัดครับ เลยใช้วิธีนั่งเรือข้ามฟากไปมา แล้วถ่ายภาพเอา รอบละ 4 บาทเท่านั้น แต่คงได้ภาพไม่ดีนักแน่ๆ ถ้าหากใช้เลนส์ kit ถ่าย โชคดีที่ได้เลนส์ดีๆแบบ SIGMA 24-70mm F2.8 DG OS HSM Art ตัวนี้มาใช้งานในสถานการณ์ที่ผมเจอนี้

ในส่วนของการแยกรายละเอียด การเก็บรายละเอียดในภาพ ผมว่าคะแนนส่วนนี้ได้เต็มไปเลยครับ ผมเลือกโจทย์ในการถ่ายภาพคราวนี้เป็น พระปรางค์วัดอรุณ ก็ด้วยเหตุเรื่องการทดสอบการเก็บรายละเอียดนี่แหละครับ บอกได้คำเดียวว่า เก็บมาเต็มทุกๆเม็ด ทุกๆยักษ์ ทุกๆ กระเบื้องกันเลยทีเดียว หรือ ภาพหน้าบัน อุโบสถวัดสระเกศ (ภูเขาทอง) ที่ผมถ่ายภาพนั้น บอกตามตรงครับว่า ตอนที่ผมถ่าย ตอนที่มองในช่องมองภาพตอนถ่าย ผมมองไม่เห็นตาข่าย ที่ขึงดักนกอยู่ตรงหน้าบันทั้งหมด ผมมองด้วยตาเปล่าไม่เห็นครับ จนผมกลับมาบ้าน มาโหลดรูปลงคอมพิวเตอร์แล้ว ถึงจะเห็นว่า มันมีตาข่ายบางๆอยู่ด้วยตลอดทั้งหน้าบันเลย ไม่เชื่อลองโหลดภาพขนาดเต็ม ในรีวิวนี้ได้เลยครับ (คลิ๊กที่รูปเพื่อโหลดดูภาพเต็มๆจากกล้อง) คือ เลนส์เขาเก็บรายละเอียดมาได้หมดทุกเม็ดจริงๆ เกินกว่าที่ตาเปล่าจะเก็บได้ด้วยซ้ำไป

ในส่วนของชิ้นเลนส์ SLD ที่ใส่มาให้ 3 ชิ้นนั้น ช่วยเรื่องความคลาดสี หรือ ป้องกันสี่เหลือมๆ บริเวณขอบวัตถุ ได้ดี โดยเฉพาะเวลาถ่ายภาพวัตถุทึบแสง แล้วย้อนแสงไปบนฉากหลังสว่างๆ ผมก็อยากรู้ว่าชิ้นเลนส์ SLD นี้ทำงานได้ดีเพียงใด เลยลองถ่ายภาพย้อนแสงแรงๆ ดู อย่างเช่นในภาพหน้าบัน อุโบสถวัดสระเกศ (ภูเขาทอง) ที่ผมถ่ายย้อนแสงมา สังเกตได้ว่าบริเวณของวัตถุที่ทึบแสง ด้านหน้าของฉากหลังสว่างๆนั้น แทบจะไม่ปรากฏสีเหลือมๆออกมาให้เห็นเลย ตรงนี้แหละครับ ประสิทธิภาพโดยตรงของชิ้นเลนส์ SLD เขาล่ะ เพราะถ้าเลนส์ไม่ค่อยดี หรือไม่มีชิ้นเลนส์ SLD พวกนี้ เวลาถ่ายย้อนๆแสงเต็มๆแบบนี้ จะมีสีเหลือมๆ ออกมาบริเวณขอบวัตถุให้เห็นอย่างชัดเจน อาจจะเหลือมเป็นสีเหลืองสีฟ้า หรือ สีแดงสีเขียว ให้เห็นกันชัดเจนเลย แต่สำหรับ SIGMA 24-70mm F2.8 DG OS HSM Art แล้วแทบจะไม่มีสีเหลือมปรากฏให้เห็นเลยทีเดียว ถือว่าสุดยอดมากๆ นอกจากนี้ เรื่องของแสงแฟลร์ แสงหลอนเวลาถ่ายย้อนแสง เท่าที่ผมลองถ่ายมา 2 สัปดาห์ ยังไม่เจอเลยสักภาพนะครับ ที่มีปัญหาเรื่อง flare แม้ว่าผมจะไม่ได้ใส่ฮู้ดตอนถ่ายย้อนแสงก็ตาม

โดยสรุปแล้ว ผมว่าเลนส์ SIGMA 24-70mm F2.8 DG OS HSM Art ตอบโจทย์ท่านที่ต้องการเลนส์คุณภาพ สำหรับกล้องแบบ Full Frame ต้องการรูรับแสงกว้าง ต้องการช่วงเลนส์อเนกประสงค์ ถ่ายคนได้ ถ่ายวิวได้ ในตัวเดียวกัน มีกันสั่นในตัวเลนส์ SIGMA 24-70mm F2.8 DG OS HSM Art เลยครับ คุ้มแน่นอน