คุณสมบัติเด่น
เลนส์ฟิกซ์ระยะใกล้เคียงเลนส์ นอร์มอล ในราคาสบายกระเป๋า
รูรับแสง F1.4 ละลายฉากหลังได้ดี  platousport-bergen.com
เม้าท์เลนส์สำหรับกล้อง micro 4/3 โดยเฉพาะ (กล้อง Panasonic , Olympus ใช้ได้)
น้ำหนักเบา ขนาดเล็กกะทัดรัด พร้อมฮู้ด ในชุด
ระบบโฟกัสท DC จึงทำให้เงียบ เวลาถ่ายวิดีโอ ไม่มีเสียงรบกวนจากการโฟกัสเข้าไมค์เวลาถ่ายวิดีโอ
ดีไซน์ภายนอกเลนส์แบบใหม่ สวยสะดุดตา สไตล์โมเดิน ผิวใหม่ไม่ลอก
รูรับแสงแบบวงกลม ด้วยกลีบไดอะแฟรมถึง 9 กลีบ เพื่อโบเก้ที่สวยทุกรูรับแสง
เส้นผ่าศูนย์กลางฟิลเตอร์ 52mm. ซึ่งหาฟิลเตอร์ได้ง่าย

Sigma 30mm F1.4 DC DN (C) M4/3 ตัวนี้ คือตัวเดียวกันกับ ที่ออกมาก่อนหน้านี้ สำหรับกล้อง Sony APS-C ซึ่งเมื่อนำไปใส่กับกล้อง ที่มีเซ็นเซอร์ขนาด APS-C ที่มีตัวคูณ 1.6x ก็จะได้ระยะเลนส์เทียบเท่า 48 mm. ซึ่งใกล้เคียงกับระยะนอร์มอลเลนส์มากๆ (นอร์มอลเลนส์อยู่ที่ 50mm ของกล้องฟิล์ม ) มุมมองบนกล้อง APS-C จึงได้มุม ที่ใกล้เคียงกับตามนุษย์มองเห็น

แต่พอนำเลนส์ที่มี optic เดียวกันนี้ มาทำเป็นเม้าท์สำหรับใส่กับกล้อง micro 4/3 อย่าง Panasonic และ Olympus นี้ ซึ่งเซ็นเซอร์กล้อง มีขนาดที่เล็กกว่า คือ มีตัวคูณ 2.0x ก็จะได้ระยะเลนส์เทียบเท่า 60 mm. ซึ่งจะแคบกว่าระยะนอร์มอล มุมที่แคบกว่านี้ มันก็จะดีสำหรับภาพบางอย่าง โดยเฉพาะภาพบุคคล แต่ก็จะแย่สำหรับภาพบางอย่าง โดยเฉพาะภาพวิวทิวทัศน์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็ขึ้นกับมุมมองของช่างภาพแต่ละคนเป็นสำคัญ สำหรับส่วนตัวผมที่ได้ลองใช้งานเลนส์ตัวนี้ กับกล้อง Panasonic มาประมาณ 2 สัปดาห์ ก็รู้สึกว่า มันแคบไปนิดเหมือนกัน แต่ก็ไม่มาก คิดว่าถ้าได้ระยะเทียบเท่ากับเลนส์ นอร์มอลก็น่าจะดีกว่านี้ (หมายถึงว่าถ้าเป็นบนกล้อง APS-C น่าจะลงตัวกว่านี้) ซึ่งคิดว่าเป็นวัตถุประสงค์เดิมในการออกแบบเลนส์ตัวนี้ออกมา เพื่อใช้บนกล้อง APS-C นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ได้ประโยชน์ จากการที่เอาเลนส์ที่เดิมออกแบบมาสำหรับกล้องที่มีขนาดเซ็นเซอร์ใหญ่กว่า อย่าง APS-C มาใช้บน กล้องที่มีขนาดเซ็นเซอร์ที่เล็กกว่า อย่าง micro 4/3 นี้ ก็คือ เราจะใช้งานเฉพาะบริเวณ กึ่งกลางของเลนส์ มากกว่า บริเวณโดยรอบ ซึ่งตรงบริเวณกลางๆเลนส์นั้น จะให้คุณภาพของภาพที่ดีกว่า บริเวณโดยรอบอยู่แล้ว นั่นคือ ทุกๆครั้งที่คุณใช้ Sigma 30mm F1.4 DC DN (C) M4/3 ตัวนี้ ถ่ายภาพ คุณจะใช้พื้นที่บริเวณกลางๆ เลนส์ในการถ่ายเป็นหลัก แม้ว่าจะถ่ายที่รูรับแสงกว้างสุดก็ตาม คุณก็จะได้ภาพที่มีคุณภาพสูงได้โดยธรรมชาติเอง เพราะมันใช้บริเวณกลางๆเลนส์เป็นหลักในการถ่ายภาพ (บริเวณขอบ ไม่ได้ใช้งาน หรือ ตกไปนอกตัวเซ็นเซอร์) เฉพาะประเด็นนี้ประเด็นเดียว ผมว่า Sigma 30mm F1.4 DC DN (C) M4/3 ตัวนี้ ก็น่าสนใจไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาควบคู่กับราคาค่าตัวที่ สบายกระเป๋าตอนจ่าย ก็บอกได้เลยครับว่า เป็นเลนส์ที่คุ้มค่า ตั้งแต่ออกมาจากมุ้ง (ตอนที่ยังไม่ได้ถ่ายรูป ก็เชื่ออย่างนั้นไปแล้ว แม้ยังไม่ได้ลองถ่าย ดูจาก spec อย่างเดียว ก็น่าสนใจแล้ว)

ส่วนพอมาได้ลองใช้งานจริงๆแล้ว ก็รู้สึกประทับใจที่สุด น่าจะเป็นเรื่อง น้ำหนักเลนส์ ที่เบาๆ สบายๆ ขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการแบกของพะรุงพะรัง ไม่อยากทำตัวให้เป็นจุดสนใจมากมายนัก เวลาออกไปเดินถ่ายรูป ผมแบบกล้อง Panasonic GF9 ไปลองถ่าย และก็มีสลับเอา Panasonic GX8 ออกไปถ่าย ด้วยเลนส์ตัวนี้ ก็ทำงานได้ดีทั้งสองบอดี้ แต่เหมือนจะเข้ากันกับ GX8 ได้ดีกว่ามาก ในแง่ของรูปร่างหน้าตาเลนส์ เหมาะกับกล้องที่ดูจริงจัง อย่าง Panasonic GX8 มากกว่า กล้องที่เน้นหวานแหว๋ว อย่าง Panasonic GF9 อย่างไรก็ตาม ภาพที่ได้ออกมาจากทั้งสองกล้อง ก็แทบไม่แตกต่างกันครับ เพราะภาพที่ได้จากเลนส์ Sigma 30mm F1.4 DC DN (C) M4/3 ถือว่าดีมากๆ

ที่ F1.4 การละลายฉากหลังทำได้สวยงาม กำลังดี ผมใช้คำว่า กำลังดี เพราะมันไม่ละลายจนหายไป จนมองไม่รู้เรื่อง เหมือนกับเลนส์ F1.4 บนช่วงทางยาวโฟกัสที่มากกว่านี้ เช่น 50mm F1.4 อะไรพวกนั้น ถ้าคุณอยากให้ละลายได้เยอะๆ หน่อย กับเลนส์ Sigma 30mm F1.4 DC DN (C) M4/3 ตัวนี้ คุณต้องเข้าไปถ่ายใกล้ๆกับ ตัววัตถุสักไม่เกินระยะประมาณ 1 เมตร และฉากหลังอยู่ไกลๆหน่อย ถึงจะ ละลายหายไปหมดได้ แต่ถ้าวัตถุอยู่ที่ระยะประมาณ 3 เมตรขึ้นไป ฉากจะไม่ได้ละลายอะไรมากมายนัก แค่พอ soft ๆ เพื่อเกื้อหนุนตัวแบบให้ดูเด่นขึ้นมาเท่านั้น แต่ยังคงเห็นได้ว่า สิ่งที่อยู่ทางด้านหลังนั้น คืออะไร ยังพอเห็นรายละเอียดสิ่งต่างๆได้ ซึ่งผมว่า มันกำลังพอดีนะ ไม่มาก ไม่น้อยไป เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ บุคคลที่ ยังคงต้องการให้รับรู้ได้ว่า ถ่ายในสถานที่อะไร นั่ง ยืน เดิน อยู่ที่ไหน ในสวนสาธารณะ บนถนน ในห้อง ฯลฯ ซึ่งจะไม่ใช่ ความรู้สึกแบบประเภท ภาพบุคคลที่ละลายหลังหายไปจนหมด จนมองไม่รู้เรื่องว่า ยืน นั่ง เดิน อยู่ที่ไหนกันแน่ ถ้าชอบเลนส์ที่มีพลังละลายฉากหลังเยอะๆแบบนั้น แนะนำเลนส์ที่มี ทางยาวโฟกัส ยาวกว่านี้ จะดีกว่าครับ เลนส์ตัวนี้ ไม่ได้ใช้งานในลักษณะนั้นครับ

ผมลองเอาเลนส์ไปถ่ายภาพ พระพุทธรูป องค์ประมาณเท่าคนจริง ผมยืนห่างจากองค์ท่านประมาณ 3 เมตร ต้นไม้ที่เป็นฉากหลัง ห่างออกไปประมาณ 10 เมตร ภาพที่ถ่ายด้วย F1.4 ก็ยังคงเป็นต้นไม้ด้านหลังชัดเจน เพียงแค่รายละเอียดจะเบลอๆ ออกไป เพียงพอให้เสริมตัวองค์พระให้เด่นขึ้นเท่านั้น ในขณะที่ อีกภาพ ผมไปถ่ายลูกแมว ในระยะแค่ 1 ฟุตจากหน้าลูกแมว เปิด F1.4 คราวนี้จึงจะเห็นการละลายที่ชัดเจน เพราะตาแมวชัด หูแมวเบลอละ ฉากหลังรกๆ ในบริเวณที่ลูกแมวอยู่ ก็ละลายหายไปหมด ดังนั้น ก็คิดว่าเป็นเลนศ์ที่เหมาะสำหรับการถ่ายภาพ สัตว์เลี้ยงในระยะประชิดได้เช่นเดียวกัน (ตลอดจนบางท่านที่อาจจะเอาไปถ่ายเด็กๆ เล็กๆ ก็น่าจะเหมาะเช่นเดียวกัน) โดยเฉพาะประโยชน์ที่ได้จาก การเปิดรูรับแสงกว้างได้มากถึง F1.4 ทำให้ผมไม่มีปัญหาในการถ่ายภาพ ลูกแมวน้อยแสนซนที่บ้านผมแต่อย่างใด ทั้งๆที่สถานที่ที่ถ่ายนั้น ค่อนข้างมืดเลยทีเดียว ISO ผมก็ไม่ต้องเร่งมากนัก ก็ได้ speed เพียงพอกับการใช้งานแล้ว การไม่ต้องเร่ง ISO นี้ ช่วยได้เยอะมากเลยจริงๆ ภาพเลยไม่มี noise มารบกวนโดยไม่จำเป็น F1.4 มีประโยชน์มากกว่า เรื่องการละลายหลังเท่านั้นนะครับ มันมีประโยชน์มากๆๆๆๆๆๆ ในที่แสงน้อยๆ ด้วย

นอกจากนี้ การที่มีรูรับแสงกว้างๆ ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบโฟกัสภาพ ทำงานได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น ผมถ่ายน้องแมว โดยไม่รู้สึกถึงความลำบากอะไร โฟกัสเข้าเป๊ะๆๆๆ ตลอด มีหลุดโฟกัสบ้าง ก็เป็นเพราะแบบ เขาไม่ค่อยอยู่นิ่งมากกว่า เรียกได้ว่าเข้าเป้าสัก 90% สำหรับสถานการณ์แบบนี้ ในสภาพแสงแบบนี้ ผมถือว่าพอใจแล้วครับ สำหรับเลนส์รูรับแสงกว้างขนาดนี้ กับราคาประมาณนี้ ทำได้ดีมากๆครับ

ในส่วนของความคมชัด ผมพบว่า ที่ F1.4 มี vignet เป็นเงาเข้มๆ บ้างตรงมุมๆภาพ ให้เห็นบ้างนิดหน่อย ซึ่งถือว่าปกติ ไม่ได้เป็นปัญหาอะไรมาก สำหรับเลนส์ที่เปิดรูได้กว้างๆแบบนี้ ไม่น่าเกลียดครับ บางคนชอบด้วยซ้ำ ช่วยให้วัตถุตรงภาพภาพดูเด่นขึ้น แต่ vignet จะหมดไปตั้งแต่ F2.8 ครับ รวมทั้งคุณภาพของภาพโดยรวมด้วย ที่ F2.8 คุณภาพของภาพจะกระโดดออกมากเลย และผมว่ามันคมชัดดีที่สุด ที่ F4 ครับ สำหรับเลนส์ตัวนี้ จากที่ทดสอบถ่ายภาพดู จะเริ่มเสียรายละเอียดไปบ้างอีกครั้งที่ F11 และ F16 ครับ (ตามปกติของเลนส์เมื่อเปิดรูแคบสุด จะเสียรายละเอียดไปบ้าง) ผมลองถ่ายภาพ landscape ที่ F4 ผลออกมาได้รายละเอียดดีที่สุดครับ (3 stop จากรูรับแสงกว้างสุด) สำหรับภาพสัตว์เลี้ยงหรือภาพคน ผมก็แนะนำให้ถ่ายที่ F2.8 ครับ ถ้าต้องการความคมชัด แต่ยังคงพลังการเบลอฉากหลังเอาไว้